ข่าวประชาสัมพันธ์
กนอ.โชว์ศักยภาพนิคมอุตสาหกรรมยางพารา จีบนักลงทุนจีนเล็งซื้อพื้นที่เข้าลงทุนราว 300 ไร่
วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562
กนอ.โชว์ศักยภาพนิคมอุตสาหกรรมยางพารา จีบนักลงทุนจีนเล็งซื้อพื้นที่เข้าลงทุนราว 300 ไร่ เมื่อวันที่10 มิถุนายน2562 ที่ผ่านมาการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) นำโดยนายจักรรัฐเลิศโอภาสรองผู้ว่าการกนอ.เป็นผู้แทนให้การต้อนรับคณะนักลงทุนจีนจากมลฑลซานตงที่นิคมฯยางพาราในโอกาสเข้าศึกษาลู่ทางการขยายฐานการผลิตมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปลื้มผลเจรจานักลงทุนส่งสัญญาณบวกสนใจเข้าลงทุนในพื้นที่นิคมฯ300 ไร่ชี้ปัจจัยหนุนมาจากความพร้อมของพื้นที่วัตถุดิบแรงงานและเส้นทางโลจิสติกส์ที่สามารถเชื่อมโยงการค้าการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ นางสาวสมจิณณ์พิลึกผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่10 มิถุนายน2562 ที่ผ่านมาว่าได้มอบหมายให้นายจักรรัฐเลิศโอภาสรองผู้ว่าการกนอ. เป็นผู้แทนให้การต้อนรับคณะนักลงทุนจีนผู้ผลิตถุงมือยางสังเคราะห์รายใหญ่และเครื่องมือแพทย์จากมณฑลซานตงณนิคมอุตสาหกรรมยางพารา(Rubber City) จังหวัดสงขลาโดยบริษัทดังกล่าวเข้ามาศึกษาลู่ทางเพื่อแสวงหาการลงทุนในพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์และมีความพร้อมที่จะรองรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยางพาราและเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ300 ไร่ซึ่งการเข้ามาศึกษาทำเลการลงทุนในครั้งนี้พบว่าเป็นที่น่าพอใจเนื่องจากนักลงทุนได้ให้ความสนใจและมองว่านิคมฯยางพารามีความพร้อมทั้งด้านแรงงานวัตถุดิบและการคมนาคมขนส่งที่พร้อมรองรับการลงทุนที่ครบวงจร ทั้งนี้ภายในกิจกรรมดังกล่าวกนอ.ได้โชว์ความคืบหน้าการพัฒนาโครงการนิคมฯยางพาราที่มีความชัดเจนทั้งทางด้านระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆที่นักลงทุนจะได้รับทั้งด้านภาษีและไม่ใช่ภาษีของกนอ.และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) จากปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลให้นักลงทุนจีนแสดงความสนใจและแจ้งความประสงค์ที่จะเข้ามาลงทุนในอนาคตต่อไป “ความก้าวหน้าของนิคมฯยางพาราได้มีการพัฒนาพื้นที่จนสามารถเปิดให้บริการได้อย่างเป็นทางการแล้วซึ่งนักลงทุนในหลายประเทศส่วนใหญ่มาจากมาเลเซียจีนและไทยโดยได้ให้ความสนใจเข้าลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพไม่ว่าจะเป็นระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจรทั้งทางบกทางน้ำและทางอากาศที่สามารถเชื่อมโยงกับตลาดต่างๆทั้งในกลุ่มสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ(IMT – GT) ประกอบด้วยมาเลเซียอินโดนีเซียและไทยรวมทั้งการส่งออกไปยังประเทศอื่นๆทั่วโลกซึ่งนับเป็นพื้นที่สำคัญที่สามารถตอบโจทย์การลงทุนทั้งด้านแรงงานวัตถุดิบระบบโลจิสติกส์ในอุตสาหกรรมต่างๆโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยางพาราและเครื่องมือแพทย์ที่มีศักยภาพได้อย่างแท้จริง” นางสาวสมจิณณ์กล่าว อย่างไรก็ตามนักลงทุนจีนที่เข้ามาศึกษาความเหมาะสมในพื้นที่ในนิคมฯยางพาราดังกล่าว เป็นกลุ่มนักลงทุนที่มาจากการเชิญชวนเข้ามาลงทุนไทยของกนอ. ภายในงาน“แสดงสินค้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ทางการแพทย์ครบวงจรประจำปี2561 หรือCompamed 2018” ที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ(D?sseldorf)ประเทศเยอรมนีเมื่อช่วงปลายปี2561 ที่ผ่านมา
สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ร่วมกับ สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี ประชาสัมพันธ์ Free Application ใหม่ ชื่อ “M-Help Me”
วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562
สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางชัน โดยนายสุนทร สุวรรณมณี นายช่าง 8 ทกท.ผอ.สนช. ร่วมกับ สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี โดย พ.ต.ท. สรายุทธ มั่งเรือน รอง.ผกก.สน. มีนบุรี ประชาสัมพันธ์ Free Application ใหม่ ชื่อ “M-Help Me” ซึ่งเป็น Application ในการช่วยเหลือในการ รับแจ้งข้อมูล ข่าวสารในเรื่องการจราจร เช่น รถติด ปิดถนน เปิดช่องทางพิเศษ ฯลฯ ใน กทม. ร้องเรียน/แจ้งเบาะแส ปัญหาการจราจร/แจ้งเหตุฉุกเฉิน/ขอความช่วยเหลือ โดยเมื่อแจ้งแล้วจะมี จนท.จราจร ในพื้นเข้าแก้ไขปัญหาได้โดยรวดเร็วพร้อมทั้งตรวจสอบกล้อง cctv จุดหลักต่างๆ ใน กทม. แก่ผู้ประกอบการโรงงานในนิคมฯ
กนอ. ลั่นผลประกอบการครึ่งปีแรก’62 โต 5.25เปอร์เซ็น มั่นใจนโยบายพัฒนาอีอีซีดันยอดขาย-เช่าที่ดินเข้าเป้า
วันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2562
“กนอ.” โชว์ผลงานกวาดยอดขาย-เช่าที่ดินนิคมฯ ในรอบ 6 เดือนปีงบประมาณ 2562 (ตุลาคม 2561-มีนาคม2562) แตะ 1,339 ไร่ เทียบปี 2561 เพิ่มขึ้น 5.25 % ดึงเม็ดเงินลงทุน 8,593 ล้านบาท ชี้ปัจจัยบวกนักลงทุนตัดสินใจใช้พื้นที่อีอีซีเป็นฐานการผลิต หลังความชัดเจนรัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะท่าเรือฯมาบตาพุดระยะ 3 (ช่วงที่1) เป็นรูปธรรม มั่นใจดันยอดขาย-เช่าทั้งปีเข้าเป้า 3,500 ไร่ น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนในพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ. ประกอบด้วย นิคมฯที่ กนอ.บริหารงานเอง และนิคมฯร่วมดำเนินงานกับภาคเอกชน จำนวน 55 นิคมฯ และ 1 ท่าเรืออุตสาหกรรม ในพื้นที่ 16 จังหวัด ทั่วประเทศ และโครงการจัดตั้งนิคมฯ อีก 6 นิคมฯ ได้แก่ 1. นิคมฯคอสมิก จ.ระยอง 2.นิคมฯบ่อทอง 33 จ.ปราจีนบุรี 3.นิคมฯโรจนะแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 4.นิคมฯเวิลด์ ฟู๊ด วัลเลย์ ไทยแลนด์ จ.อ่างทอง 5.นิคมฯ ซีพีจีซี จ.ระยอง 6.นิคมฯ แพรกษา จ.สมุทรปราการ รวมพื้นที่ทั้งสิ้น ประมาณ 165,608 ไร่ พื้นที่สำหรับขาย/เช่า ประมาณ 109,884 ไร่ โดยปัจจุบันมีพื้นที่ขาย/เช่าแล้วทั้งสิ้น 90,222 ไร่ และมีพื้นที่คงเหลือ ประมาณ 19,662 ไร่ มูลค่าการลงทุนในภาพรวม ประมาณ 3,827,908 ล้านล้านบาท มีการจ้างงานรวมทั้งสิ้นประมาณ 479,583 คน ทั้งนี้จากนโยบายการพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ของรัฐบาล ที่มุ่งหวังให้เป็นพื้นที่ในการรองรับการลงทุนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวในปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาท่าเรือฯมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน ส่งผลทำให้นักลงทุนเริ่มมีความเชื่อมั่นขยายการลงทุนมาในนิคมฯเพิ่มขึ้น จะเห็นจากผลการดำเนินงานของ กนอ. ในรอบ 6 เดือน (ต.ค.61-มี.ค.62) ที่ผ่านมา มียอดขาย/เช่าพื้นที่นิคมฯ อยู่ที่ 1,339 ไร่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (ต.ค.60-มี.ค.61) จำนวน 525 ไร่ หรือคิดเป็น 5.25% มูลค่าลงทุนรวม 8,593 ล้านบาท โดยในจำนวนดังกล่าว เป็นพื้นที่นิคมฯใน EEC ถึง 1,328 ไร่ นิคมฯนอกพื้นที่EEC จำนวน 11 ไร่ และก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มอีก ประมาณ 1,585 คน “การที่รัฐบาลเร่งขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่อีอีซีไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาท่าเรือฯมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) โครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน และโครงการอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นความชัดเจนเป็นรูปธรรม รวมทั้งมาตรการต่างๆที่รัฐมุ่งส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง S-Curve และNew S-Curve ตลอดจนยังมีปัจจัยจากต่างประเทศที่หนุนการลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนจีนเข้าไทยมากขึ้นจากกรณีที่สหรัฐฯได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนในรอบ 2 ทำให้สงครามการค้ามีความรุนแรงมากขึ้นเป็นแรงกระตุ้นให้นักลงทุนจีนตัดสินใจที่จะออกไปลงทุนต่างประเทศเร็วขึ้น ซึ่งไทยถือเป็นประเทศเป้าหมาย และเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลดีให้ยอดขายและเช่าที่ดินทั้งปีของ กนอ.เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้อยู่ที่ 3,500 ไร่”น.ส.สมจิณณ์กล่าว สำหรับทิศทางการลงทุนที่นักลงทุนจะเข้ามาซื้อและเช่าพื้นที่ในช่วงครึ่งปีหลัง 2562 กนอ.คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้าการลงทุนเต็มรูปแบบมากขึ้น รวมทั้งการจัดตั้งรัฐบาลที่จะได้ข้อสรุปและการประกาศนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลในระยะต่อไป สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในนิคมฯไทยในช่วง6เดือนที่ผ่านมา อยู่ในอันดับ TOP 5 ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมคลังสินค้า อุตสาหกรรมยาง พลาสติกและหนังเทียม อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่ง อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ และ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ และกลุ่มประเทศที่เข้ามา 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งปัจจุบัน กนอ.มีศักยภาพที่พร้อมรองรับการลงทุน ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคต่างๆที่ครบถ้วน แล้ว กนอ.ยังให้ความสำคัญในเรื่องของการให้บริการกับนักลงทุนแบบครบวงจรเพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการติดต่อกับหน่วยงานราชาการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการขอใบอนุมัติ และใบอนุญาต ผ่านศูนย์ให้บริการของ กนอ.Total Solution Center (TSC) โดยศูนย์บริการดังกล่าวจะให้บริการที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง
กนอ.โชว์ศักยภาพศูนย์ SMEs-ITC บรรยากาศคึกคัก เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพแห่ใช้บริการกว่า 1,000 ราย
วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
กนอ. เผยความสำเร็จการให้บริการ ศูนย์ SMEs-ITC ทั่วประเทศ 13 แห่ง เอสเอ็มอี–สตาร์อัพแห่ใช้บริการกว่า 1,000 ราย ตื่นตัวขอรับคำปรึกษาทั้งการออกแบบผลิตภัณฑ์ การต่อยอดผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาธุรกิจใหม่ อัพเกรดสู่การเป็นผู้ผลิตป้อนอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เต็มรูปแบบ นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า แผนการพัฒนาเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการทั้งระบบ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลุ่มสตาร์ท อัพ (Start Up) วิสาหกิจชุมชน ผ่านกลไกการให้บริการของศูนย์ SMEs Industry Transformation Center : SMEs-ITC โดย กนอ.เปิดให้บริการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม 13 แห่ง ทั่วประเทศ พบว่ามียอดผู้เข้าใช้บริการ สูงกว่า 1,000 ราย นับตั้งแต่เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับธุรกิจของตนเอง โดยเฉพาะในด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดต้นทุนในการผลิต ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ ตลอดจนการเป็นห่วงโซ่อุปทานของภาคการผลิตให้กับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในนิคมฯได้อย่างมีมาตรฐาน โดยพื้นที่ที่ผู้ประกอบการเข้ารับบริการสูงสุดอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีเอสเอ็มอีและวิสาหกิจชุมชนอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความต้องการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พร้อมต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้เกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มที่เข้ามาใช้บริการภายในศูนย์ SMEs-ITC ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร-เครื่องดื่ม อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเกษตรอินทรีย์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมขนส่งสินค้า อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนโลหะ-พลาสติก เป็นต้น โดยในแต่ละกลุ่มได้ขอรับคำปรึกษาในด้านต่างๆ อาทิ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การต่อยอดผลิตภัณฑ์ การขอคำปรึกษาเพื่อริเริ่มและพัฒนาธุรกิจ การขอคำปรึกษาธุรกิจจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กบราเธอร์ (Big Brother) การขอคำปรึกษาด้านแหล่งเงินทุน การขอรับคำปรึกษาด้านการส่งออกต่างประเทศ ตลอดจนช่องทางการตลาดเพื่อเสริมแกร่งทางธุรกิจรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต สำหรับศูนย์ SMEs-ITC ทั้ง 13 แห่ง กนอ.เปิดให้บริการในพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่เป้าหมายการลงทุนที่มีศักยภาพ ของอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั่วโลก ประกอบด้วย 1.นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จ.ชลบุรี 2.นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 จ.ชลบุรี 3.นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี จ.ฉะเชิงเทรา 4.นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จ.ชลบุรี 5.นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน 6.นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา 7.นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง 8.นิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ จ.ฉะเชิงเทรา 9.นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา10.นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง จ.กรุงเทพมหานคร 11.นิคมอุตสาหกรรมบางชันจ.กรุงเทพมหานคร 12.นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ 13.นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร อย่างไรก็ตาม การให้บริการศูนย์SMEs-ITC ในแต่ละพื้นที่ยังได้เปิดให้คำปรึกษา ด้านการวางแผนและพัฒนาธุรกิจ โดยผ่านการถ่ายทอดจากบิ๊กบราเธอร์ (Big Brother) รวมถึงการบริหารจัดการทางการเงิน ด้วยการขอรับคำปรึกษาด้านแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินที่เป็นเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น ธนาคารออมสิน ธนาคาร พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(SME BANK) ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่สนใจนำเข้าและส่งออก ยังได้เข้ามาใช้บริการขอรับคำปรึกษาด้านการตลาด ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อการนำเข้าวัตถุดิบ และช่องทางการส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ เป็นการขยายโอกาสทางการตลาด และการหาแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้อีกทางหนึ่งด้วย นอกจากนั้นศูนย์บริการดังกล่าวยังให้บริการด้านต่างๆทั้งการใช้เป็นศูนย์ฝึกอบรมเพื่อเป็นแหล่งเพิ่มองค์ความรู้ทั้งด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ การสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ การเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ ในพื้นที่ให้บริการที่ครบวงจร หรือ Co-Working Space ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการ และสตาร์ทอัพ ของไทยก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่านต่อ ...
ผวก. กนอ. พร้อมด้วย ผู้บริหาร และพนักงาน กนอ.เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา กระทรวงอุตสาหกรรม ครบรอบ 77 ปี
วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 เวลา 7.20 น. นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผวก. กนอ. พร้อมด้วย ผู้บริหาร และพนักงาน เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา กระทรวงอุตสาหกรรม ครบรอบ 77 ปี โดย มี ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี ในโอกาสนี้ กนอ. ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนโรงพยาบาลสงฆ์ ณ บริเวณห้องโถง ชั้น1 อาคาร สปอ.
... อ่านทั้งหมด