ข่าวประชาสัมพันธ์
ประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)
วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนเพื่อประกอบการจัดทำร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และร่างสัญญาร่วมลงทุน โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ตั้งแต่วันที่ 5 - 19 เมษายน 2563 และจัดส่งให้ รฟม. ผ่านทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่วันที่ 20 - 22 เมษายน 2563 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบริษัทที่ดำเนินกิจการบริหารการเดินรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน สถาบันการเงิน ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายระบบรถไฟฟ้า บริษัทก่อสร้าง นักลงทุนภาคเอกชน และภาคเอกชนทั่วไปที่สนใจในโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศ นั้น ล่าสุด คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ได้มีมติเห็นชอบเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (Request for Proposal: RFP) และรายละเอียดการประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการฯ เป็นที่เรียบร้อย โดยมีกำหนดการประกาศเชิญชวนฯ ระหว่างวันที่ 3 - 9 กรกฎาคม 2563 และกำหนดการจำหน่ายเอกสาร RFP ระหว่างวันที่ 10 - 24 กรกฎาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 15.00 น. ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 1 อาคาร 1 รฟม. และมีกำหนดการให้เอกชนยื่นข้อเสนอภายในเดือนกันยายน 2563 โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนได้ภายในเดือนธันวาคม 2563 ทั้งนี้ สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) มีแนวเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานครทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร แบ่งเป็นส่วนตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี) ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร จำนวน 17 สถานี (สถานีใต้ดิน 10 สถานี และ สถานียกระดับ 7 สถานี) และส่วนตะวันตก (ช่วงบางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร จำนวน 11 สถานี (สถานีใต้ดินตลอดสาย) อ่านต่อ ...
รฟม. ขอเชิญทุกท่านติดตามรับชมสปอตโฆษณาโทรทัศน์ ชุด “ทุ่มเท 24 ชั่วโมง”
วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ในโอกาสการดำเนินงานครบรอบ 28 ปี การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในปี 2563 รฟม. ขอเชิญทุกท่านติดตามรับชมสปอตโฆษณาโทรทัศน์ ชุด “ทุ่มเท 24 ชั่วโมง” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3, ช่อง 7, ช่อง mono29, ช่อง Workpoint, ช่องไทยรัฐทีวี, ช่อง ONE31, ช่องอมรินทร์ทีวี, ช่องเนชั่นทีวี, ช่อง PPTV และ ช่อง MCOT HD ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2563 หรือทางลิงค์ https://www.youtube.com/watch?v=NtSTFhGAUE8 ไม่ว่าทุกวันของคุณจะเป็นอย่างไร รฟม. พร้อมเคียงข้างไปกับคุณ ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าในความรับผิดชอบของ รฟม. Website: www.mrta.co.th Facebook: การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย Call Center: 0 2716 4044 (Mon - Fri 8.00 - 17.00 น.) ------------------------------------------------- #วิสัยทัศน์ รฟม. (พ.ศ. 2560 - 2565) เป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและส่งเสริมการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เชื่อมโยง ...
มาตรการรถไฟฟ้า MRT หลังคลายล็อคการเว้นระยะห่างในขบวนรถไฟฟ้า
วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563
รฟม. เตรียมพร้อมมาตรการรองรับการเดินทางของผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT หลังคลายล็อคการเว้นระยะห่างในขบวนรถไฟฟ้า ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) ที่มี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมในระยะที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และเห็นชอบการขอยกเว้นการปฎิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ข้อ 11(4) ที่กำหนดให้เว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกันอย่างน้อย 1 เมตร ตามที่กระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางราง ได้นำเสนอเพื่อผ่อนปรนมาตรการการเว้นระยะห่างภายในขบวนรถของระบบขนส่งทางรางภายใน กทม. และปริมณฑล เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเมื่อสถานศึกษาทำการเปิดภาคเรียนในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2563 นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า รฟม. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) และรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (MRT สายสีม่วง) ได้เตรียมความพร้อมในมาตรการรองรับการเดินทางของผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ในช่วงเปิดภาคเรียน โดยได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และกรมการขนส่งทางรางอย่างเคร่งครัด เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ทั้งนี้การคลายล็อคมาตรการการเว้นระยะห่างภายในรถไฟฟ้านั้น จะทำการอนุญาตให้ผู้โดยสารนั่งติดกันได้ สำหรับการยืนจะกำหนดจุดยืนเว้นระยะและหันหน้าตามทิศทางที่แนะนำในขบวนรถ โดยจะควบคุมความหนาแน่นในขบวนรถไม่เกิน 70% โดยปัจจุบันผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ได้กลับเข้ามาใช้บริการมากขึ้นเฉลี่ย 250,000 คนต่อวัน ทั้งนี้ เมื่อผู้โดยสารเข้าสู่ในขบวนรถไฟฟ้าแล้ว ขอความร่วมมือสแกน QR CODE ไทยชนะที่ติดอยู่ในตู้โดยสาร ผู้โดยสารต้องสวมใส่หน้ากากผ้า หรือ หน้ากากอนามัย ตลอดเวลาที่เข้าใช้บริการรถไฟฟ้า และขอความร่วมมืองดเว้นการพูดคุยภายในขบวนรถไฟฟ้า โดยมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในระบบรถไฟฟ้า MRT ที่ รฟม. และ BEM ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องนั้นจะยังคงดำเนินการต่อไป อาทิ การจัดให้มีจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือภายในสถานีรถไฟฟ้า การตั้งจุดตรวจคัดกรองวัดอุณหภูมิผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าในทุกสถานีตลอดระยะเวลาการให้บริการ การเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อภายในสถานีและภายในขบวนรถไฟฟ้า การทำความสะอาดเหรียญโดยสาร การตรวจวัดอุณหภูมิของเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการในสถานี การดูแลให้อากาศหมุนเวียนภายในขบวนรถไฟฟ้า เป็นต้น นอกจากนี้ รฟม. และ BEM ได้จัดขบวนรถเสริมในระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ให้บริการในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า-เย็นในระบบอีก 9 ขบวน จากปกติจะมีขบวนรถให้บริการ 40 ขบวน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสาร ในกรณีที่สถานีรถไฟฟ้าสถานีใดมีผู้โดยสารหนาแน่นมาก จะนำขบวนรถเสริมให้บริการที่สถานีนั้นเป็นสถานีแรก โดยไม่จอดรับผู้โดยสารที่สถานีก่อนหน้า และในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 รฟม. ได้ขยายระยะเวลาโปรโมชั่นลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง จ่ายสูงสุด 20 บาทตลอดสาย ไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน 2563 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากอัตราปกติคือ จ่ายสูงสุด 42 บาท และสำหรับผู้ที่เดินทางเชื่อมต่อ 2 สาย ระหว่างรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง และสายสีน้ำเงิน จะจ่ายค่าโดยสารร่วมสูงสุดเพียง 48 บาท (เดินทางได้ถึง 53 สถานี) จากอัตราค่าโดยสารร่วมปกติคือ จ่ายสูงสุด 70 บาท เด็กอายุไม่เกิน 14 ปี ที่มีความสูงระหว่าง 91-120 ซม. และผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะได้รับส่วนลดค่าโดยสาร 50% และนักเรียน/นักศึกษาที่มีอายุไม่เกิน 23 ปี จะได้รับส่วนลดค่าโดยสาร 10% เพิ่มเติมจากโปรโมชั่นดังกล่าว ทั้งนี้ขอเชิญชวนให้ผู้โดยสารใช้บัตรโดยสาร MRT และ MRT PLUS เติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน True Money Wallet และ Krungthai Next หรือตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย เพื่อความสะดวกรวดเร็ว และยังช่วยลดการสัมผัสกับเงินสด ลดการติดต่อและแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044 ----------------------------------------------- กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร โทร. 0 2716 4000 โทรสาร 0 2716 4019 Email : pr@mrta.co.th อ่านต่อ ...
ตรึงราคา!! รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน 16 - 42 บาท ถึงสิ้นปี 2563
วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563
รฟม. สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ตรึงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน 16 - 42 บาท ถึงสิ้นปี 2563 เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตามที่ รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการเยียวยาและแบ่งเบาภาระของประชาชนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 นั้น นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ได้มีมติรับทราบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอการคงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล (MRT สายสีน้ำเงิน) ในอัตราปัจจุบัน คือ เริ่มต้น 16 บาท สูงสุด 42 บาท (ค่าโดยสารสูงสุดคิดที่ 12 สถานี จากจำนวนทั้งสิ้น 38 สถานี) ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เพื่อเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ระหว่าง รฟม. กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ได้กำหนดให้มีการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่ทุกๆ ระยะเวลา 24 เดือน (2 ปี) โดยใช้วิธีคำนวณบนพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้จะครบกำหนดการบังคับใช้ตามสัญญาในวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารประเภทเด็ก อายุไม่เกิน 14 ปี (วันเกิดครบรอบ 14 ปี) และมีความสูงระหว่าง 91 – 120 เซ็นติเมตร และผู้สูงอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 50% สำหรับผู้ถือบัตรโดยสารประเภทนักเรียน/นักศึกษา ที่มีอายุเกินวันเกิดครบอายุ 14 ปี แต่ไม่เกินวันเกิดครบ 23 ปี จะได้รับส่วนลด 10% จากอัตราค่าโดยสารดังกล่าว ทั้งนี้ อัตราค่าโดยสารใหม่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป โดยอัตราค่าโดยสารใหม่คือเริ่มต้น 17 บาท สูงสุด 42 บาท ติดตามรายละเอียดและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทร. 0 2716 4044 -------------------------------------------------------------- กองประชาสัมพันธ์ สำนักสื่อสารองค์กร โทร. 0 2716 4000 โทรสาร 0 2716 4019 Email : pr@mrta.co.th อ่านต่อ ...
รถไฟฟ้ามาแล้ว!! ประกาศพระราชกฤษฎีกา ให้ รฟม. สร้างรถไฟฟ้า จ.พิษณุโลก
วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2563
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศ พระราชกฤษฎีกา กำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวให้ไว้ ณ วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในจังหวัดพิษณุโลกได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 175 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา 7 (1) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563” มาตรา 2 พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (5) ของมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจังหวัดให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยดำเนินกิจการรถไฟฟ้า พ.ศ. 2562 “(5) จังหวัดพิษณุโลก” ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อ่านต่อ ...
... อ่านทั้งหมด