ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมประมง จัดระบบควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังโรค COVID-19 อย่างเข้มงวด
วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. นายบรรจง จำนงศิตธรรม รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดมาตรการระยะเร่งด่วนสำหรับการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังโรคเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

สำหรับกรมประมง ได้ให้ความสำคัญกับการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวอย่างเข้มงวด โดยได้จัดระบบควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังสถานการณ์โรคภายในหน่วยงาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่บุคคลากรผู้ปฏิบัติงาน และผู้มาติดต่อราชการอย่างเข้มข้น โดยมีการออกประกาศกรมประมง เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) เพื่อแจ้งเตือนให้บุคคลากรภายในหน่วยงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาคปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เช่น ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงาน งดจัดการประชุม อบรม สัมมนาที่ต้องรวมกลุ่มกันหนาแน่น โดยเน้นการสื่อสารผ่านระบบ Conference จัดกิจกรรม Big Cleanning ภายในอาคารทุกสำนักงาน และทำความสะอาดฆ่าเชื้อในบริเวณจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง เช่น ลิฟท์ ราวบันได ลูกบิดประตู เป็นต้น ตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดไข้ก่อนเข้าออกอาคาร ให้บริการเจลล้างมือตามจุดต่างๆ อย่างทั่วถึง พ่นยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณที่มีความเสี่ยง รวมทั้งวางมาตรการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงที่อาจติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามเฝ้าระวัง และป้องกันการระบาดของโรคในกลุ่มเกษตรกรชาวประมง ควบคู่กับการวางแผนเพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เช่น จัดให้มีการคัดกรองลูกเรือประมง คนประจำเรือในช่วงเวลาเข้า-ออก ท่าเทียบเรือ และขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือประมงในการควบคุม กำกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในกลุ่มลูกเรือประมงบริเวณท่าเทียบเรือของตนเอง แจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เตรียมรับสถานการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นเนื่องจากภาวะผันผวนของตลาด การส่งออก การปิดด่านพรมแดน และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้าสินค้าสัตว์น้ำผ่านระบบตลาดออนไลน์ให้แก่กลุ่มเกษตรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาด

รวมทั้งกรมฯ ยังได้ติดตามสถานการณ์และผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจด้านการประมงอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการจัดเตรียมข้อมูลผลผลิตสัตว์น้ำจากการจับและจากการเพาะเลี้ยง ตลอดจนผลผลิตจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลดความตื่นตระหนกจากสภาวะการขาดแคลนอาหาร

"อย่างไรก็ตาม กรมฯ ยังได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยได้สุ่มตรวจตัวอย่างสัตว์น้ำเพื่อตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสารตกค้าง และจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่นำเข้ามาในประเทศนั้นมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำมาในประเทศไทย 3 รูปแบบ คือ ผลิตภัณฑ์แปรรูปแช่เย็น และแช่แข็ง ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ในสัตว์น้ำนั้น ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการตรวจพบโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มโคโรน่า 2019 ในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกันนี้ อาทิ SAR CoV2 และ MERS ในสัตว์น้ำที่เป็นสัตว์เลือดเย็นมาก่อน จึงขอให้ผู้บริโภคโปรดมั่นใจในการบริโภคสัตว์น้ำ โดยเน้นการมีสุขอนามัยที่ดีด้วยการเลือกรับประทานสัตว์น้ำที่มีความสด สะอาด และปรุงสุกใหม่เสมอ เพื่อความปลอดภัย"รองอธิบดีกรมประมง กล่าว

กรมประมงชี้ไม่พบโควิดในสัตว์น้ำ
วันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563

“กรมประมง” จัดระบบควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังโรค COVID-19 อย่างเข้มงวด พร้อมเผยขณะนี้ยังไม่พบการระบาดของโรคในสัตว์น้ำ

นายบรรจง  จำนงศิตธรรม รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โรคโควิด-19 ได้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดมาตรการระยะเร่งด่วนสำหรับการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังโรคเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

สำหรับกรมประมง...ได้ให้ความสำคัญกับการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวอย่างเข้มงวด  โดยได้จัดระบบควบคุม ป้องกัน และเฝ้าระวังสถานการณ์โรคภายในหน่วยงาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่บุคคลากรผู้ปฏิบัติงาน และผู้มาติดต่อราชการอย่างเข้มข้น โดยมีการออกประกาศกรมประมง เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) เพื่อแจ้งเตือนให้บุคคลากรภายในหน่วยงานทั้งส่วนกลางและภูมิภาคปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เช่น ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติงาน งดจัดการประชุม อบรม สัมมนาที่ต้องรวมกลุ่มกันหนาแน่น โดยเน้นการสื่อสารผ่านระบบ Conference จัดกิจกรรม Big Cleanning ภายในอาคารทุกสำนักงาน และทำความสะอาดฆ่าเชื้อในบริเวณจุดที่มีการสัมผัสบ่อยครั้ง เช่น ลิฟท์ ราวบันได ลูกบิดประตู เป็นต้น  ตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดไข้ก่อนเข้าออกอาคาร ให้บริการเจลล้างมือตามจุดต่างๆ อย่างทั่วถึง  พ่นยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณที่มีความเสี่ยง รวมทั้งวางมาตรการกักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงที่อาจติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ ยังมีการติดตามเฝ้าระวัง และป้องกันการระบาดของโรคในกลุ่มเกษตรกรชาวประมง ควบคู่กับการวางแผนเพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เช่น จัดให้มีการคัดกรองลูกเรือประมง คนประจำเรือในช่วงเวลาเข้า-ออก ท่าเทียบเรือ  และขอความร่วมมือผู้ประกอบการเรือประมงในการควบคุม กำกับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคในกลุ่มลูกเรือประมงบริเวณท่าเทียบเรือของตนเอง  แจ้งเตือนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เตรียมรับสถานการณ์ผลกระทบที่เกิดขึ้นเนื่องจากภาวะผันผวนของตลาด การส่งออก การปิดด่านพรมแดน และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ  ส่งเสริมการค้าสินค้าสัตว์น้ำผ่านระบบตลาดออนไลน์ให้แก่กลุ่มเกษตรทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อเพิ่มช่องทางและโอกาสทางการตลาด  นอกจากนี้ กรมฯ ยังได้ติดตามสถานการณ์และผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจด้านการประมงอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการจัดเตรียมข้อมูลผลผลิตสัตว์น้ำจากการจับและจากการเพาะเลี้ยง ตลอดจนผลผลิตจากการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนลดความตื่นตระหนกจากสภาวะการขาดแคลนอาหาร

อย่างไรก็ตาม กรมประมงยังได้ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยได้สุ่มตรวจตัวอย่างสัตว์น้ำเพื่อตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น การตรวจสารตกค้าง และจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำที่นำเข้ามาในประเทศนั้นมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง  ซึ่งปัจจุบันมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำมาในประเทศไทย 3 รูปแบบ คือ ผลิตภัณฑ์แปรรูปแช่เย็น และแช่แข็ง ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ในสัตว์น้ำนั้น  ปัจจุบันยังไม่มีรายงานการตรวจพบโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในกลุ่มโคโรน่า 2019 ในผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่เคยมีรายงานการเกิดโรคจากเชื้อไวรัสกลุ่มเดียวกันนี้ อาทิ SAR CoV2 และ MERS ในสัตว์น้ำที่เป็นสัตว์เลือดเย็นมาก่อน จึงขอให้ผู้บริโภคโปรดมั่นใจในการบริโภคสัตว์น้ำ  โดยเน้นการมีสุขอนามัยที่ดีด้วยการเลือกรับประทานสัตว์น้ำที่มีความสด สะอาด และปรุงสุกใหม่เสมอ เพื่อความปลอดภัย

ประมงไทย...ต้องไม่สิ้นหวัง “กองทุนประมงแห่งชาติ”
วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2562
เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. กรมประมงจัดประชุมคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติสภาการประมง พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติกองทุนประมง พ.ศ. ....ครั้งที่ 3/2562 นำโดย นายอรรถพร พลบุตร คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานอนุกรรมการ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม อาทิ ผู้แทนจากสมาคมการประมงนอกน่านนำ้ไทย สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป สมาคมการประมงทะเลไทย สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย สมาคมผู้เพาะเลี้ยงปลาไทย กรมบัญชีกลาง ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมประมงที่เกี่ยวข้อง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกองทุนประมง พ.ศ. .... จำนวน 34 มาตรา เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการจัดตั้งกองทุนการประมงแห่งชาติจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคการประมงในทุกภาคส่วน การประชุมในครั้งต่อไป จะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสภาการประมง พ.ศ. .... เป็นลำดับต่อไป จัดขึ้น ณ ห้องประชุมพะยูน ชั้น 7 อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง
กรมประมงคัดหัวกะทิ“26 ผู้สังเกตการณ์บนเรือ”จัดหลักสูตรติวเข้ม ยันพร้อมเดินหน้าสร้างโอกาสให้กองเรือประมงนอกน่านน้ำไทย
วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2562
กรมประมง จัดอบรมหลักสูตร“การพัฒนาความรู้ของผู้สังเกตการณ์บนเรือ” ให้แก่ผู้สังเกตการณ์บนเรือ จำนวน 26 นาย ที่ผ่านการอบรมจากกรมประมง เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ ในการปฏิบัติงานได้เปลี่ยนแปลงไปผู้สังเกตการณ์จำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ ความรับผิดชอบและรับทราบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอเพื่อสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามความในมาตรา 50 และ 51 แห่งพ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 ได้กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตทำการประมงนอกน่านน้ำไทย จำเป็นต้องมีผู้สังเกตการณ์ประจำการอยู่ในเรือประมงเพื่อทำหน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการจับสัตว์น้ำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสังเกตการณ์พฤติกรรมการทำประมงของเรือประมงนอกน่านน้ำ ให้ปฏิบัติตามมาตรการอนุรักษ์และบริหารจัดการแหล่งทรัพยากรสัตว์น้ำ ป้องกันและขจัดการทำประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามพันธกรณีระหว่างประเทศตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมากรมประมงได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมอย่างเข้มข้นทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติส่งผลทำให้กรมประมงสามารถสร้างผู้สังเกตการณ์บนเรือได้ทั้งหมด 4 รุ่น นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวถึงการอบรมหลักสูตรดังกล่าวว่า ปัจจุบันได้มีการออกกฎหมาย หลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงนอกน่านน้ำและการขนถ่ายสัตว์น้ำรวมทั้งมีการปรับปรุงเพิ่มเติมข้อกำหนดต่างๆ ให้สอดคล้องกับมติขององค์การบริหารจัดการประมงระดับภูมิภาค (RFMOs) โดยเฉพาะภาคีความตกลงว่าด้วยการประมงในมหาสมุทรอินเดียตอนใต้(SIOFA) ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในภาคีสมาชิกและเป็นพื้นที่ทำการประมงที่เรือประมงไทยนอกน่านน้ำมีความประสงค์ออกไปทำการประมงนั้น เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้สังเกตการณ์ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง น่าเชื่อถือ เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆกรมประมง จึงได้จัดอบรมหลักสูตรการพัฒนาความรู้ของผู้สังเกตการณ์บนเรือขึ้นในระหว่างวันที่ 16 - 21 ธันวาคมนี้ โดยการอบรมครั้งนี้ จะมุ่งเน้นการเสริมสร้างพัฒนาและทบทวนความรู้ ความเข้าใจของผู้สังเกตการณ์บนเรือในด้านกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องที่ทันสมัยและการใช้แบบฟอร์มและวิธีการบันทึกข้อมูลที่ถูกต้องรวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์จากการปฎิบัติงานของผู้ที่เคยปฎิบัติหน้าที่ผู้สังเกตการณ์บนเรือมาก่อนเพื่อลดปัญหาและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ความรู้ที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับ จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมความพร้อม และใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลทำให้เกิดการยอมรับต่อสินค้าประมงที่มีการส่งออก ส่งผลให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศชาติ และความมั่นคงต่อทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนต่อไป อธิบดีกรมประมง กล่าว
กระทรวงแรงงาน ตอบรับหนังสือและผลดำเนินการจากกรมประมงในประเด็นการใช้มาตรา 83 แห่ง พรก.ประมงฯ เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน
วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2562
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการประมงไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 6/2562 ว่า ได้ที่แจ้งที่ประชุมว่ากระทรวงแรงงานมีหนังสือตอบกลับมาแล้วว่าไม่ขัดข้อง หากใช้มาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคประมง และให้กรมประมงจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรมประมงได้ดำเนินการเป็นที่เสร็จสิ้น จากนั้นได้จัดส่งผลการดำเนินการนำเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกรมประมงขอให้ประสานงานจัดประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) เป็นการเร่งด่วนอีกด้วย ทางด้านผู้แทนกรมการจัดหางาน ก.แรงงาน แจ้งในที่ประชุมว่า กรมการจัดหางานได้รับหนังสือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าว เพื่อเข้าพิจารณาในการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ในวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 เวลา 13.30 น. ที่ ก.แรงงาน และเมื่อคณะอนุกรรมการฯ ให้ความเห็นชอบแล้ว จะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) ตามที่กรมประมงประสานมาแล้ว ทั้งนี้จะจัดประชุมในวันที่ 25 ธันวาคม 2562 เพื่อพิจารณาต่อไป
... อ่านทั้งหมด