ข่าวประชาสัมพันธ์
คพ. ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา เตรียมรับมือ PM2.5
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมลพิษ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. คุณหญิงมธุรส รุจิรวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม และพิษวิทยา ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการศึกษาวิจัย พัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน พัฒนานโยบาย/มาตรการและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการดำเนินงานด้านสุขภาพอนามัย พิษวิทยา และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจะร่วมกันส่งเสริมบทบาทประเทศไทยในเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศ ในด้านสุขภาพอนามัย พิษวิทยาและสิ่งแวดล้อม

นายประลอง กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ กรมอนามัย ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา ภายใต้การนำของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nation Environment Program (UNEP) ได้จัดทำโครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านข้อมูลคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพอนามัยและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม (Air Quality Assessment for Health and Environment Policies in Thailand) เพื่อประเมินสถานการณ์และข้อมูลทางวิชาการประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเรื่องการจัดการคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานจัดทำและปรับปรุงมาตรการ/มาตรฐานด้านการจัดการคุณภาพอากาศของประเทศไทย โดยได้เชื่อมโยงกับข้อมูลผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย เศรษฐกิจสังคมที่ทันสมัยเหมาะสม ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ UNEP สนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานโครงการฯ ให้แก่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแอฟริกา ได้แก่ เบนิน บอสวานา และเอธิโอเปีย และในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ได้แก่ มองโกเลีย ศรีลังกา และไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศในการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อป้องกัน แก้ไขผลกระทบจากมลพิษอากาศได้อย่างเหมาะสม

แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวว่า จากผลการศึกษาดังกล่าว พบว่า การประเมินอัตราการเจ็บป่วยด้านสมการความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของมลพิษอากาศ ฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอน (PM2.5) ฝุ่นละอองขนาด 10 ไมครอน (PM10) โอโซน (O3) ในพื้นที่ศึกษา ได้แก่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี และ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาล ด้วยกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งปอด และโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน รวมทั้ง การศึกษาความสัมพันธ์ต่อจำนวนประชาการ สามารถระบุได้ว่าในแต่ละจังหวัดมีอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคที่ได้รับสัมผัสมลพิษอากาศแตกต่างกัน และมีความเสี่ยงตามช่วงอายุของประชากรที่แตกต่างกัน เช่น ประชากรกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ควรได้รับการเฝ้าระวังผลกระทบต่อมลพิษอากาศมากกว่าประชากรทั่วไป เป็นต้น

นายประลอง กล่าวอีกว่า ทั้งสามหน่วยงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนและทุกภาคส่วน จึงจัดให้มีการเสวนา “สื่อสารความเสี่ยงสู่สาธารณะ ข้อมูลมลพิษอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย” เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการใช้ข้อมูลคุณภาพอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย ให้นำไปสู่นโยบายด้านการจัดการคุณภาพอากาศ และเตรียมการรับมือต่อสถานการณ์วิกฤติมลพิษอากาศในปี 2563 ในประเด็นต่างๆ ทั้งการควบคุมการปล่อยมลพิษจากแหล่งกำเนิด การเฝ้าระวัง การสื่อสาร แจ้งเตือน การดูแลสุขภาพประชาชน โดยมุ่งเน้นการสื่อสารความเสี่ยงสู่สาธารณะอย่างเหมาะสม เชื่อมโยง ...
หมอกควันไฟป่าพรุควนเคร็ง ฝุ่นละออง PM2.5 วัดได้ 66-319 มคก./ลบ.ม. ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
วันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562
นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นห่วงสถานการณ์ปัญหาไฟป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งจากกรมป่าไม้ กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รวมทั้งฝ่ายความมั่นคงเพื่อเร่งดับไฟป่าที่กำลังลุกลามที่เกิดขึ้นมาหลายจุด โดย รมว.ทส. ได้สั่งการให้ คพ. ดําเนินการติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าพรุควนเคร็ง ซึ่งผลการตรวจวัดปริมาณค่าฝุ่นละออง PM2.5 มีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) โดยคพ. ได้ไปตั้งสถานีวัดคุณภาพอากาศแบบเคลื่อนที่ คือ จุดตรวจวัดที่ (1) ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลเขาพระบาท พบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม. มีค่า 66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม. ) คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และจุดที่ (2) ที่ศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชควนชะลิก พบค่าฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม. มีค่า 319 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยทิศทางลมพัดจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ อ.ชะอวด อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร และ อ.เฉลิมพระเกียรติ รวมถึงชาวประมงที่ออกเรือในฝั่งตะวันออก (อ่าวไทย) ได้รับผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5

นายประลอง กล่าวว่า รมว.ทส. มีความห่วงใยจึงให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษโทรศัพท์แนะนำกับทางคุณครูใหญ่โรงเรียนวัดควนชะลิก อ.หัวไทร ซึ่งมีค่าฝุ่นละออง PM2.5 สูง โดยค่าฝุ่นที่วัดได้ คือ 66-319 มคก./ลบ.ม. ซึ่งคุณภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยได้แนะนำวิธีการป้องกันและหลีกเลี่ยง ให้กับเด็กนักเรียนซึ่งมีกว่า 215 คน โดยคุณครูใหญ่ได้สั่งปิดโรงเรียนเพื่อหลีดเลี่ยงและป้องกันสุขภาพของเด็กนักเรียน

คพ. ได้ส่งข้อมูลให้ทางศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เฉพาะหน้า เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าบ่อล้อ เพื่อจะได้แจ้งเตือนให้ประชาชน รวมทั้งผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายนอกอาคาร บุคคลทั่วไปโดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ ควรจำกัดการออกกำลังกายภายนอกอาคาร ซึ่งได้มีการประชาสัมพันธ์การป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ และ อสม. เยี่ยมบ้านประชาชนที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ อ.หัวไทร อ.ชะอวด และ อ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ความรู้และแจกเอกสารเกี่ยวกับแนวทางในการป้องกันผลกระทบจากฝุ่นละออง รวมถึงได้แจกหน้ากากอนามัยให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว นายประลอง กล่าว เชื่อมโยง ...
หมอกควันข้ามแดนเริ่มกระทบชายแดนภาคใต้ ป่าพรุควนเคร็ง คุณภาพอากาศเกินมาตรฐาน
วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562
นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า คพ. ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) พื้นที่ภาคใต้ พบว่าวันนี้ (7 สิงหาคม 2562) เวลา 09.00 น. พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 12 - 86 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยจังหวัดยะลา มีค่า 43 มคก./ลบ.ม. จังหวัดนราธิวาส มีค่า 42 มคก./ลบ.ม. และจังหวัดนครศรีธรรมราช มีค่า 86 มคก./ลบ. (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) สาเหตุที่ในช่วงนี้พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีปริมาณฝุ่นละอองสูงขึ้น เนื่องจากมีไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุภายในประเทศ และได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดน

นายประลอง กล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราช ฝุ่นละออง PM2.5 ขึ้นสูง เกิดจากไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง โดยจากภาพถ่ายดาวเทียม พบจุดความร้อนในพื้นที่กว่า 50 จุด ซึ่งจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ อำเภอเชียรใหญ่ พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่า 86 มคก./ลบ.ม. เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งค่าคุณภาพอากาศดังกล่าว เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ และเพื่อให้การตรวจวัดคุณภาพอากาศ ครอบคลุมพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุ คพ.ได้นำเครื่องวัดคุณภาพอากาศไปติดตั้งบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อีก 1 จุด

คพ. ได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เฉพาะหน้า ณ เขตห้ามล่าพันธุ์สัตว์ป่าบ่อล้อ อำเภอเชียรใหญ่ เพื่อได้แจ้งและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ได้รับทราบข้อมูล เพื่อหลีกเลี่ยงหรือป้องกันในการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ และหลีกเลี่ยงลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งนี้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลเขาพระบาท แนะนำการดูแลในเรื่องของสุขภาพ โดยให้ประชาชนสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง ในเบื้องต้นหากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลโดยด่วน ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามและสั่งการการดำเนินงานมาเป็นระยะๆ นายประลอง กล่าว เชื่อมโยง ...
คพ.เพิ่มประสิทธิภาพ การตรวจวัดควันดำรถยนต์ โดยปรับเปลี่ยนใช้เครื่องวัดควันดำระบบความทึบแสงทดแทนระบบกระดาษกรอง
วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2562
นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่กำลังจะมาถึง และเพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการตรวจวัดมลพิษจากยานพาหนะให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คพ. จึงได้พัฒนาวิธีการตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดค่าความทึบแสง ทดแทนระบบเดิมที่ใช้กระดาษกรอง เนื่องจากวิธีการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ดีเซลด้วยระบบกระดาษกรองในปัจจุบันนั้น มีข้อจำกัดในตรวจวัดมลสารบางชนิดทำให้ค่าการตรวจวัดที่ได้ไม่สะท้อนความเป็นจริง ทั้งยังอาจมีความผิดพลาดได้ง่ายจากกระบวนการในการการเก็บตัวอย่างไอเสียของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เช่น จังหวะการเหยียบคันเร่งไม่สัมพันธ์กับการกระตุ้นกระบอกสูบ ปัญหาความผิดพลาดของข้อมูลจากกระบวนการกรอกข้อมูลและการแปลผลของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เป็นต้น

นายประลอง กล่าวว่า ในปัจจุบันวิธีการตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดค่าความทึบแสงของควันจากรถยนต์ดีเซลนั้นเป็นที่นิยมในประเทศต่าง ๆ ดังนั้น เพื่อให้การตรวจวัดสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและเป็นไปตามหลักสากล ลดข้อขัดแย้งและความผิดพลาดในการตรวจวัด และช่วยให้การตรวจสภาพรถยนต์ของสถานตรวจสภาพรถเอกชน(ตรอ.)มีความน่าเชื่อถือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้นำรถเข้าตรวจสภาพมีความมั่นใจในระบบวิธีการตรวจวัด สามารถเชื่อมโยงข้อมูลผลการตรวจสภาพกับระบบออนไลน์ของ กรมการขนส่งทางบก (ขบ.)ได้โดยอัตโนมัติ และสามารถทวนสอบความถูกต้องของการตรวจวัดได้ ส่งผลต่อเนื่องในการควบคุมการระบายฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน คพ.และ ขบ. จึงได้เสนอยกเลิกวิธีการตรวจวัดควันดำระบบกระดาษกรองสำหรับการตรวจวัดควันดำจากรถยนต์ โดยเสนอให้มีการใช้วิธีตรวจวัดควันดำด้วยระบบวัดค่าความทึบแสงของควันแทน ทั้งนี้ คพ.และ ขบ. ได้รับฟังความคิดเห็นเรื่องความพร้อมของสถานตรวจสภาพรถเอกชนในการยกเลิกวิธีการตรวจวัดควันดำด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบกระดาษกรองจาก ตรอ. ทั่วประเทศ และรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ ผู้ผลิตเครื่องมือวัดควันดำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เชื่อมโยง ...
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ ส่งผลให้คุณภาพน้ำคลองหลอด จากระดับเสื่อมโทรมมากเป็นระดับพอใช้ถึงดี
วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2562
นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ด้วยพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยในทุกข์สุขและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้หน่วยราชการในพระองค์ร่วมกับส่วนราชการต่าง ๆ และประชาชนทุกหมู่เหล่าที่มีจิตอาสา ร่วมแรงร่วมใจกันบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำให้เกิดแผนการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์คลองในเกาะรัตนโกสินทร์ โดยใช้คลองเป็นหลักในการพัฒนาเพื่อคืนความเป็นเวนิสตะวันออก พัฒนาทางเท้าและสิ่งที่อยู่สองฝั่งคลอง (Street Furniture) รวมทั้งพัฒนาสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น วัด โรงเรียน ดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นหน่วยงานหลัก ซึ่งประกอบด้วยคลอง 9 คลอง ได้แก่ คลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) คลองหลอดวัดราชบพิธ คลองหลอดวัดราชนัดดา คลองบางลำพู คลองโอ่งอ่าง คลองผดุงกรุงเกษม คลองพระสวัสดิ์ คลองวัดตรีทศเทพ และคลองวัดสังเวช

นายประลอง กล่าวว่า คพ. เข้าร่วมตรวจวัดคุณภาพน้ำคลองหลอด เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ตั้งแต่ต้นคลอง ที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสถานีสูบน้ำปิ่นเกล้าจนถึงท้ายคลองบริเวณปากคลองตลาด เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลคุณภาพน้ำเดือนพฤษภาคม (หลังขุดลอก) กับเดือนมกราคม 2562 (ก่อนขุดลอก) ที่ตรวจวัดโดยสำนักการระบายน้ำ กทม. พบว่า คุณภาพน้ำคลองหลอดส่วนใหญ่มีปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ(ดีโอ) สูงขึ้น ได้แก่ สถานีสูบน้ำปิ่นเกล้า พบปริมาณดีโอ 6.0 มิลลิกรัมต่อลิตร (มก./ล.) สูงขึ้นจากก่อนขุดลอกที่พบปริมาณ 1.9 มก./ล.ศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม พบปริมาณดีโอ 4.3 มก./ล. (ไม่มีข้อมูลก่อนการขุดลอก) คลองหลอดวัดราชนัดดา พบปริมาณดีโอ 4.0 มก./ล. สูงขึ้นจากก่อนขุดลอกที่พบปริมาณ 0.0 มก./ล. กระทรวงกลาโหม พบปริมาณดีโอ 3.5 มก./ล.(ไม่มีข้อมูลก่อนการขุดลอก) และปากคลองตลาด พบปริมาณดีโอ 2.0 มก./ล.สูงขึ้นจากก่อนขุดลอกที่พบปริมาณ 0.9 มก./ล. ซึ่งบ่งชี้ได้เบื้องต้นว่าคุณภาพน้ำมีสภาพดีขึ้นเมื่อมีการขุดลอกและผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาสู่คลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) ทั้งนี้ มาตรฐานคุณภาพน้ำประเมินจากดีโอ ต่ำกว่า 2.0 มก./ล.อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาก 2.0-3.9 มก./ล.อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรม 4.0-5.9 มก./ล.อยู่ในเกณฑ์พอใช้ และมากกว่าหรือเท่ากับ 6.0 มก./ล.อยู่ในเกณฑ์ดี

นายประลอง กล่าวว่า เป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของ “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย และความร่วมมือของเหล่าบรรดาจิตอาสาที่ประกอบด้วย หน่วยงานราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ภาคเอกชน ประชาชน และ กทม. ที่เป็นหน่วยงานหลัก ทำให้บริเวณคลองหลอด เดิมมีสภาพเป็นแหล่งเสื่อมโทรม คุณภาพน้ำอยู่ในระดับเสื่อมโทรมมาก ปัจจุบันคุณภาพน้ำอยู่ในระดับพอใช้ถึงระดับดี และได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์อย่างสวยงาม ตัดแต่งต้นไม้ที่ปลูกไว้สองฝั่งคลอง ปรับปรุงทางเท้าและติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ขุดลอกคูคลอง และผันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาสู่คลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) สิ่งสำคัญเพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน เมื่อดำเนินงานทางด้านกายภาพแล้ว จะต้องพัฒนาพื้นที่ชุมชนโดยรอบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนรักษาความสะอาด รักท้องถิ่น รักชุมชนรู้สึกเป็นเจ้าของ ไม่ทิ้งขยะลงคลองรวมทั้งให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาคลองด้วย // เชื่อมโยง ...
... อ่านทั้งหมด