ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับ กรมควบคุมโรค เปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศฯ แห่งใหม่ ณ กรมควบคุมโรค จ.นนทบุรี เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสภาพอากาศและการป้องกันดูแลสุขภาพ
วันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564
กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรี ตั้งอยู่ ณ กรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นหนึ่งใน 73 สถานีใน 42 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับสภาพอากาศและการป้องกันดูแลสุขภาพ โดยจะแสดงผลในแอปพลิเคชัน “Air4Thai” และเว็บไซต์ www.air4thai.com

วันนี้ (26 มกราคม 2564) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรี ที่ตั้งอยู่ ณ กรมควบคุมโรค เพื่อเป็นการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนทั้งในมิติของสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและการป้องกันดูแลสุขภาพของประชาชน โดยเป็นจุดตรวจวัดที่จะไปแสดงผลในแอปพลิเคชัน “Air4Thai” และเว็บไซต์ www.air4thai.com ชื่อว่า สถานีตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นข้อมูลในการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และเตือนภัยอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของจังหวัดนนทบุรี

นายแพทย์โอภาส กล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่พบว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในบางพื้นที่สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค และกรมควบคุมมลพิษ ได้ให้ความสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน และได้ร่วมกันดำเนินการในมาตรการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพดังกล่าว การเปิดสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติแห่งใหม่ของจังหวัดนนทบุรี จะเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะช่วยแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรีได้ทราบว่าสภาพอากาศในพื้นที่เป็นอย่างไร ซึ่งการแจ้งเตือนภัยนี้เป็นอีกมาตรการที่สำคัญ โดยกรมควบคุมมลพิษ แจ้งเตือนระดับมลพิษในอากาศเมื่อพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและมีผลต่อสุขภาพ ทางกรมควบคุมโรค เตือนภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่เสียง เพื่อให้มีการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสมและทันเวลา ก่อนที่จะเกิดการเจ็บป่วย ซึ่งกลุ่มเสี่ยงมี 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.เสี่ยงเพราะอายุ คืออายุน้อยหรืออายุมาก ทำให้ความสามารถของร่างกายในการจัดการฝุ่นน้อยกว่าคนทั่วไป และ 2.เสี่ยงเพราะมีปัญหาสุขภาพ เมื่อได้รับฝุ่นจะเสี่ยงมีอาการรุนแรงได้ เช่น ผู้ป่วยภูมิแพ้ ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น

นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศฯ แห่งใหม่นี้ เป็นหนึ่งใน 73 สถานีใน 42 จังหวัดทั่วประเทศ ตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข และเป็นพื้นที่ของกรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นหน่วยงานพันธมิตรของกรมควบคุมมลพิษ ในการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศ พร้อมการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสุขภาพประชาชนต่อไป เชื่อมโยง ...

วราวุธ สั่งบินตรวจสอบพื้นที่ AQI สีแดง พร้อมประสานเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5
วันที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564
22 มกราคม 2564 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ขึ้นบินสำรวจพื้นที่คุณภาพอากาศ AQI สีแดง และประสานความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ออกตรวจปฏิบัติการของหน่วยตรวจวัดควันดำภายใต้การบูรณาการระหว่างกองบังคับตำรวจจราจรกลาง และ คพ. ตามมาตรการเชิงรุก เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะฝุ่นละอองจากรถยนต์ที่มีควันดำสูงเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานอนุกรรมการสื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ พร้อมด้วย ดร.พรศรี สุทธนารักษ์ ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานการตรวจจับรถยนต์ควันดำ ณ จุดตรวจควันดำ บริเวณใต้ทางด่วนคู่ขนานลอยฟ้า ถนนบรมราชชนนี ขาเข้ากรุงเทพมหานคร

นายธีรภัทร กล่าวว่า จากมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นในช่วงนี้มีการสะสมตัวค่อนข้างมาก โดยสิ่งหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ คือ การบังคับใช้กฎหมายกับต้นเหตุของแหล่งที่กำเนิดมลพิษ โดยการตรวจควันดำในครั้งนี้เน้นตรวจรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถบรรทุกขนาดเล็ก เพื่อเป็นการให้ผู้ใช้รถได้เห็นสภาพรถของตนเอง และซ่อมบำรุงรักษาสภาพเครื่องยนต์ยนต์ให้ตรงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด จากการตรวจวัดควันดำ พบว่า มีรถที่มีควันดำสูงเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด กองบังคับตำรวจจราจร ได้ออกคำสั่งให้เจ้าของรถไปปรับปรุงเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ให้เสร็จภายใน 30 วัน และได้มอบนโยบายเพื่อเป็นการป้องกันและดำเนินการเชิงรุกให้ทำการตรวจวัดควันดำ ณ สถานประกอบการ จุดรวมรถ อู่รถยนต์ รวมถึงรถขนส่งสาธารณะ โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลไม่ให้รถที่มีควันดำออกมาวิ่งใช้งาน นอกจากนี้ นายธีรภัทรยังได้ลงพื้นที่ไปสังเกตการณ์ ณ บริเวณจุดตรวจวัดคุณภาพอากาศสถานีริมคลองทวีวัฒนา จากการลงพื้นที่พบว่ามีค่าฝุ่นละออง PM2.5 สูงเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีการจราจรค่อนข้างหนาแน่น จึงได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษประสานเขตทวีวัฒนา เพื่อจัดการระบายจราจรบริเวณดังกล่าวให้คล่องตัว

นอกจากนี้ นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดี คพ. ได้ทำการบินสำรวจพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในพื้นที่ด้านตะวันตก และทางใต้ของกรุงเทมหานคร (เขตทวีวัฒนา) และจังหวัดสมุทรสาคร ที่มีค่า AQI เป็นสีแดง พบว่าบริเวณนั้นมีการเผาในที่โล่งในหลายพื้นที่ และยังมีโรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษ ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองที่สูงขึ้น จึงส่งผลต่อทัศนวิสัยในการมองเห็นและสุขภาพ และขอความร่วมมือจากประชาชนให้ตรวจรักษาสภาพรถ นำรถไปตรวจสภาพเครื่องยนต์ งดการเผาในที่โล่งและงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงนี้ เนื่องจากมีสภาพอากาศปิดอาจทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองได้ หากมีความจำเป็นจะต้องเดินทางออกมาข้างนอกให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นละออง รวมถึงโควิด-19 เชื่อมโยง ...

ภาครัฐยกระดับความเข้มงวดมาตรการในช่วงวิกฤตฝุ่น ลดจุดความร้อน (Hotspot) 20% ตามเป้าหมาย
วันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และความคืบหน้าการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยพิจารณากำชับทุกจังหวัด ยกเว้นภาคใต้ ในการดำเนินมาตรการควบคุมการเผาในที่โล่งทุกประเภท ในระหว่างวันที่ 21 – 23 มกราคม 2564 เนื่องจากการคาดการณ์สภาพอากาศในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีลมสงบ ความเร็วลมลดลง และการระบายตัวของฝุ่นละอองต่ำ ซึ่งจะทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝุ่นละอองที่มักพบเกินมาตรฐานในช่วงต้นปีของทุกปี ภาครัฐได้มีการรับมือสถานการณ์ตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง”อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยกระดับความเข้มงวดของมาตรการในช่วงวิกฤต เพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดจากยานพาหนะ การเผาในที่โล่ง โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงการเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ส่งผลให้ในปี 2563 ฝุ่นละอองมีค่าเฉลี่ยรายปีอยู่ที่ 23 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ลดลงจากปีก่อนที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 25 – 26 มคก./ลบ.ม. และจุดความร้อน (Hotspot) ลดลง 20% ตามเป้าหมายเมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา

นายอรรถพล กล่าวว่า ทส. ได้ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกระดับความเข้มงวดของมาตรการในช่วงวิกฤต ได้แก่ ด้านคมนาคม มีการตรวจควันดำอย่างเข้มข้นในพื้นที่ กทม.และชุมชนเมือง ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร และ คพ. กวดขันไม่ให้มีการนำรถควันดำมาสัญจรบนท้องถนน เข้มงวดตรวจสภาพรถยนต์ ลดราคาซ่อมบำรุงรถเก่า เพื่อเป็นการรณรงค์ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการขนส่ง ประชาชน และผู้ที่สนใจเข้าไปใช้บริการบำรุงดูแลรักษาเครื่องยนต์ และขอความร่วมมือลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ด้านการศึกษา ร่วมกับกระทรวงศึกษาพิจารณาหยุดโรงเรียนในพื้นที่ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งได้มีการประกาศมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพสำหรับเด็ก ด้านสาธารณสุข ได้แจ้งเตือนวิธีการป้องกันและวิธีดูแลสุขภาพ พร้อมจัดทำคู่มือแนวทางการลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจาก PM2.5 สำหรับสถานศึกษากำหนดแนวทางพิจารณาการปิดโรงเรียน

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า สำหรับภาคการเกษตร ได้สั่งลดการเผาในพื้นที่เกษตรโดยเฉพาะช่วงที่มีฝุ่นสะสมมา (ข้าว อ้อย และพืชไร่อื่นๆ) โดยกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีการกำหนดมาตรการเพื่อส่งเสริมเกษตรกรลดการเผาในพื้นที่ และมีการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตรทดแทนการเผา จัดการเชื้อเพลิงไฟป่า ชิง เก็บ ลดเผา ด้านอุตสาหกรรม สามารถลดพื้นที่เผาอ้อยได้ 80% โดยส่งเสริมตัดอ้อยสดและในฤดูการผลิตปี 2563/2564 ให้โรงงานรับอ้อยไฟไหม้ไม่เกิน 20% ของปริมาณอ้อยเข้าหีบทั้งหมด และควบคุมการปล่อยฝุ่นจากโรงงานอุตสาหกรรมและสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตได้มีการขอความร่วมมือผู้ประกอบการงดเว้นหรือลดกระบวนการที่ก่อให้เกิดฝุ่น ด้านพลังงาน มีการลดราคาน้ำมันกำมะถันต่ำช่วงฤดูฝุ่น และกำหนดมาตรฐานน้ำมันและเครื่องยนต์ปลอด PM2.5 ภายในปี 2567 ทั้งนี้ ได้ประสานทุกจังหวัดติดตามสถานการณ์ PM2.5 และมอบหมายผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการสถานการณ์ โดยใช้อำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายที่มีอยู่ เช่น พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ.2550 เพื่อควบคุมพื้นที่หรือควบคุมแหล่งกำเนิด เชื่อมโยง ...

วราวุธ สั่งตรวจสอบและเอาผิดโรงงานผลิตแป้งมัน จ.ฉะเชิงเทรา ปล่อยน้ำเสีย
วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้ตรวจสอบและเอาผิดโรงงานผลิตแป้งมันจังหวัดฉะเชิงเทรา ลักลอบปล่อยน้ำเสียลงสู่ลำรางสาธารณะ ซึ่งได้สร้างความเสียหายกับสิ่งแวดล้อมและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่

นายอรรถพล กล่าวว่า หน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม คพ. โดย สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 (สสภ.13 ชลบุรี) และศูนย์ควบคุมมลพิษจังหวัดระยอง (ศคพ.ระยอง) ร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฉะเชิงเทรา สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตแป้งมันของบริษัท เอส ซี อินดัสทรี จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 66 / 6 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พบว่า 1. โรงงานยอมรับว่ามีการฝังท่อระบายน้ำเสียจากบ่อบำบัดและระบายลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะจริง 2. มีการก่อสร้างอาคารและก่อสร้างบ่อบำบัดบางส่วนโดยไม่ได้ขออนุญาตตาม พรบ.ขุดดินและถมดินจาก อบต.เขาหินซ้อน 3. มีการนำน้ำเสียมาใช้รดต้นไม้และราดถนน

นายอรรถพล กล่าวว่า ในเบื้องต้นคณะผู้ตรวจสอบได้ดำเนินการ 1. สสภ. 13 และ ศคพ.ระยอง ได้เก็บตัวอย่างน้ำจากปลายท่อที่ลักลอบลอยออกและน้ำในลำรางสาธารณะไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการ 2. สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราสั่งการให้โรงงานถอนรื้อถอนท่อระบายน้ำและห้ามไม่ให้นำน้ำมารดต้นไม้และรดถนน 3. มอบหมายให้ อบต.เขาหินซ้อนดำเนินการตาม พรบ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และ พรบ.ขุดดินถมดิน พ.ศ. 2543 ต่อไป และหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมจะติดตามการดำเนินการจนถึงที่สุด เชื่อมโยง ...

คพ. แจ้งกล่าวโทษโรงงานทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากข้อร้องเรียนของจังหวัดฉะเชิงเทราซึ่งได้มีหนังสือมายัง คพ. ขอให้เข้าร่วมตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานของบริษัท ที เอช เอช โมลีโพรเซสซิ่ง จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรม 304 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา กรณีอ่างเก็บน้ำลุ่มน้ำโจนแห่งที่ 16 ซึ่งตั้งอยู่ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ประสบปัญหาการลักลอบทิ้งของเสียภาคอุตสาหกรรมในอ่างเก็บน้ำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และนายวราวุธ ศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สั่งการให้ติดตามดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนและปกป้องสิ่งแวดล้อม นั้น

นายอรรถพล กล่าวว่า จากการติดตามตรวจสอบของศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม คพ. ได้ทราบข้อข้อเท็จจริงว่า การประกอบกิจการโรงงานของบริษัท ที เอช เอช โมลีโพรเซสซิ่ง จำกัด มีลักษณะการประกอบกิจการที่เข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ประกอบด้วย 1) มีการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้อนุญาตทราบ 2) มีการระบายน้ำทิ้งจากการประกอบกิจการโรงงานซึ่งมีค่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ผ่านรางระบายน้ำฝนของโครงการสวนอุตสาหกรรม 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 2 ออกสู่สิ่งแวดล้อม โดยไม่ได้ถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียรวมของสวนอุตสาหกรรมแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่เงื่อนไขการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานกำหนดให้ต้องระบายน้ำทิ้งทั้งหมดของโรงงานลงสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของบริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค 2 จำกัด ซึ่งน้ำทิ้งดังกล่าวอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายและอันตรายแก่สิ่งแวดล้อมภายนอกได้ นอกจากนี้ การประกอบกิจการโรงงานของบริษัทฯ ยังเป็นการประกอบกิจการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ดังนั้น การที่บริษัทฯ ระบายน้ำทิ้งจากการประกอบกิจการโรงงานซึ่งมีค่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดออกสู่สิ่งแวดล้อม อาจจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 อีกด้วย

“เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มข้น คพ. ได้มอบหมายให้นายพิทยา ปราโมทย์วรพันธุ์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย เข้ากล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป” นายอรรถพล กล่าว เชื่อมโยง ...

... อ่านทั้งหมด