ข่าวประชาสัมพันธ์
ทส. เตรียมขึ้นทะเบียนมนุษย์ดมกลิ่น
วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม( ทส.) เปิดเผยว่า ทส. มีการกำหนดมาตรฐานค่าความเข้มกลิ่นของอากาศเสีย ที่ปล่อยทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยบังคับใช้กับโรงงานอุตสาหกรรม 24 ประเภท ซึ่งส่วนใหญ่เป็น อุตสาหกรรมที่ไม่มีการใช้สารเคมีในการผลิต โรงงานผลิตยาง และสถานที่เลี้ยงสัตว์ โดยได้กำหนดวิธีการ ตรวจวัดกลิ่น ตามประกาศคณะกรรมการควบคุมมลพิษ เรื่อง วิธีตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่นโดยการวิเคราะห์ กลิ่นด้วยการดม (Sensory test) และการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่นของ คพ. ซึ่งสาระสำคัญกำหนดให้ คพ. ดำเนินการขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่น โดยให้ประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนบุคคลเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้ทดสอบกลิ่น พร้อมทั้งให้ขึ้น บัญชีรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้ทดสอบกลิ่น โดยการขึ้นบัญชีรายชื่อมีอายุ 1 ปี

นายประลอง กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้ติดตามและให้ความสำคัญกับผู้ที่จะทำหน้าที่มนุษย์ดมกลิ่นเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นให้กับพี่น้องประชาชน ในการทดสอบกลิ่นแต่ละครั้งจะต้องมีคนอย่างน้อยจำนวน 6 คน ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องไม่ใช่คนที่มีความไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษ หรือขาดความสามารถในการดมกลิ่น จะต้องเป็นคนที่มีประสาทรับกลิ่นอยู่ในระดับปกติ ซึ่งจะต้องมีการทดสอบเพื่อทำการคัดเลือกคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าว คพ. จึงกำหนดการทดสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทดสอบกลิ่นเป็นประจำทุกปี เพื่อดำเนินการตรวจวิเคราะห์กลิ่นจากแหล่งกำเนิดมลพิษ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นรบกวน

ปี 2563 นี้ คพ.กำหนดการทดสอบเพื่อขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทดสอบกลิ่น ในระหว่างวันที่ 8-10 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์กลิ่นด้วยการดม ชั้น 4 อาคารห้องปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม คพ. โดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมการทดสอบวันละ 60 คน มีผู้สมัครจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และสถาบันการศึกษา จำนวน 180 คน โดยมีคุณสมบัติเบื้องต้นอาทิเช่น มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคระบบทางเดินหายใจ ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ ไม่ทำงานหรืออาศัยอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบกิจการ เพราะอาจทำให้คุ้นเคยกับกลิ่น เป็นต้น ผู้ผ่านการทดสอบเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทดสอบกลิ่น เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจวัดกลิ่นด้วยการดม จะได้รับค่าตอบแทนในการดมกลิ่นตัวอย่างละ 600 บาท และที่สำคัญคือได้ประสบการณ์เรียนรู้จากการปฏิบัติงาน นายประลอง กล่าว
ทส. ร่วมกับกลุ่มธุรกิจ Food Delivery ลดขยะพลาสติก หลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลาย
วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
ายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมาย กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ให้จัดทำ (ร่าง) มาตรการการจัดการขยะพลาสติกจากการใช้บริการส่งอาหาร (Food Delivery) ในระยะเร่งด่วนเมื่อสถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ และเมื่อรัฐบาลได้ประกาศการเตรียมการผ่อนคลายมาตรการระยะ 5 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2563 การดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกจำเป็นต้องมีการเร่งขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามโรดแมพการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 - 2573

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ. เปิดเผยว่า คพ. ได้ประชุมหารือร่วมกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มบริการส่งอาหารเพื่อหาแนวทางความร่วมมือการจัดการขยะพลาสติก จำนวน 2 ครั้ง โดยเสนอให้มีการจัดทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างภาครัฐและเอกชน อาทิ Grab Food , Line Man , GET Food , Food Panda , Lalamove , Pizza Hut เพื่อแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือขับเคลื่อนการลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว สร้างความต่างด้วยบริการรับส่งอาหารแบบไร้ขยะ แต่ยังคงรักษาความพอใจต่อลูกค้า ด้วยการใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่เป็นมิตรกลับสิ่งแวดล้อม เช่น สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ให้ลูกค้าเลือกใช้บริการ โดยการเก็บค่ามัดจำกล่องอาหารที่สามารถใช้ซ้ำ เงินมัดจำจะถูกคืนให้เมื่อมีการส่งคืนกล่องใส่อาหารภายในเวลาที่กำหนด หรือเลิกการคิดค่ากล่องอาหารเมื่อสั่งอาหารครบจำนวนครั้งที่กำหนด

ทั้งนี้ ภาชนะบรรจุอาหารที่เลือกใช้จะต้องมีความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัย สามารถใช้ซ้ำได้หลายร้อยครั้ง หลังจากนั้น จะถูกนำไปรีไซเคิล เป็นการลดการใช้ทรัพยากร การสร้างทางเลือกการใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ แม้ทางเลือกนี้ไม่อาจเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมลูกค้าอย่างทันทีทันใด หรืออาจไม่ได้ความสมบูรณ์แบบที่นำไปสู่การสร้างขยะเป็นศูนย์ แต่เป็นแนวทางหนึ่งที่จะรองรับธุรกิจบริการอาหารส่งถึงบ้านหรือฟู้ดเดลิเวอรี่ ที่จะเติบโตยิ่งขึ้นทั้งในอนาคต แต่ไม่ก่อปัญหาขยะพลาสติกและทำลายสิ่งแวดล้อม นายประลอง กล่าว
ทส.เร่งยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีน
วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ลงพื้นที่ติดตามการอบรมภายใต้แผนปฏิบัติการยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีน พ.ศ. 2562 - 2570 และร่วมรับฟังการเสวนา เรื่อง "ประชารัฐร่วมใจ แก้ไขปัญหา คุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีน" ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จังหวัดนครปฐมทส.ให้ความสำคัญแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในภาพรวมทั้งประเทศ เร่งการยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีนให้มีคุณภาพที่ดีเอื้อต่อการดำรงชีวิตและยั่งยืนต่อไป

นายนพดล พลเสน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)เปิดเผยว่า นายวราวุธศิลปอาชา รมว.ทส. ได้ติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำทั่วประเทศ และมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ ในภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้จัดทำแผนแม่บทด้านการจัดการคุณภาพน้ำ 20 ปี และมีแผน ปฏิบัติการยกระดับคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีนอยู่ในแผนแม่บทดังกล่าว โดยคพ. ได้ลงสำรวจพื้นที่และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ในบริเวณพื้นที่แม่น้ำท่าจีนเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาร่วมกับผลคุณภาพน้ำย้อนหลัง 5 ปี และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหา5 มาตรการ ได้แก่ 1) การป้องกัน ควบคุม กำกับดูแล และบังคับใช้กฎหมาย เตรียมความพร้อม ในการกำหนดอัตราระบายมลพิษในภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และเกษตรกรรม 2) ลดการระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ ติดตามสถานการณ์และเพิ่มประสิทธิภาพระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน 3)การติดตามตรวจสอบ และการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง4) การปรับปรุงสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศของแหล่งน้ำ และ 5)การประชาสัมพันธ์ เผยแพร่องค์ความรู้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและสร้างจิตสำนึกให้กับทุกภาคส่วน

นายนพดล กล่าวว่า ทส. โดยท่านวราวุธให้ความสำคัญต่อการรักษา ฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำ ทั้งประเทศ รวมถึงการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำแม่น้ำท่าจีนซึ่งต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน พร้อมได้มีนโยบายประกอบไปด้วย การลดการระบายน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม และชุมชน การเร่งรัดการเพิ่มประสิทธิภาพและก่อสร้างระบบรวบรวม และบำบัดน้ำเสียชุมชนให้ครอบคลุมพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนริมน้ำ การใช้มาตรการทางกฎหมายกับแหล่งกำเนิดน้ำเสียอย่างเคร่งครัด การฟื้นฟูคุณภาพน้ำ และระบบนิเวศของแม่น้ำ คู คลอง และการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาแม่น้ำคู คลอง

"ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาคเอกชน และผู้ประกอบการต่างๆ ให้มีความตระหนักและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำลุ่มน้ำท่าจีนไปด้วยกัน เพื่อให้แม่น้ำท่าจีนมีคุณภาพที่ดีเอื้อต่อการดำรงชีวิต และใช้ในการประกอบกิจการที่ยั่งยืนต่อไป" นายนพดล กล่าว
วิถีใหม่ สวมผ้าไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อการอนุรักษ์และสืบสานภูมิ ปัญญาของคนไทย และรณรงค์กระตุ้นให้เกิดค่านิยมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าทอซึ่งเป็นภูมิปัญญาของคนไทย ซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เป็นนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ ข้าราชการ ประชาชน แต่งกายด้วยผ้าไทยตามความเหมาะสมของท้องถิ่นเพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อย สัปดาห์ละ 2 วัน

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เห็นความสำคัญและสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว และได้จัดกิจกรรม "วิถีใหม่ สวมผ้าไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ ผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานและเจ้าหน้าที่ ทุกหน่วยงานใน ทส.หลอมรวมสวมผ้าไทย โดยได้มีการรณรงค์เชิญชวนให้มีการสวมใส่ผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง ทุกวันอังคารและวันศุกร์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นชุดพระราชทานหรือชุดราชประแตนเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญของการสวมใส่ผ้าไทยคือการรักในความเป็นผ้าไทย และไม่ว่าจะวัยใดก็สามารถสวมใส่ผ้าไทยได้

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรม "วิถีใหม่ สวมผ้าไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 3 กรกฎาคม 2563 ณ ลานเอนกประสงค์ อาคาร ทส. เวลา 08.30 - 16.30 น. โดยภายในงานมีการจำหน่ายสินค้า เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ผลิตจากผ้าไทยและผ้าพื้นเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากผู้ประกอบการและร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ จัดกิจกรรม 3R (Reduce Reuse Recycle) เพื่อให้เกิดการลดการซื้อสินค้าใหม่ (Reduce) การใช้ซ้ำสิ่งของที่ยังใช้ได้โดยการจัดให้มีกิจกรรม ตลาดนัดของมือสอง (Reuse) และเกิดการนำขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์โดยแลกเป็น สินค้าใหม่ (Recycle
จัดวางระบบการจัดการขยะ ณ อาคารรัฐสภาแห่งใหม่
วันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) มอบหมายกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานการให้ข้อแนะนำและแนวทางการแก้ไขปัญหาขยะ และเศษอาหารที่อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เนื่องจากระบบการจัดการขยะยังไม่มีความพร้อม

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า คพ. ได้ดำเนินการส่งมอบถังขยะ เพื่อเป็นตัวอย่าง สำหรับการคัดแยกขยะ ประกอบด้วย ถังสีน้ำเงินรองรับขยะทั่วไป และถังสีเหลืองรองรับขยะรีไซเคิล ณ. อาคารรัฐสภา และเจ้าหน้าที่ คพ. ได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้คำแนะนำการจัดทำแผนการจัดการขยะในอาคารรัฐสภา เนื่องจากการจัดการขยะของอาคารรัฐสภาในช่วงนี้ยังไม่มีระบบการคัดแยกขยะ สืบเนื่องจากการก่อสร้างอาคารยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยมีแผนการก่อสร้างสถานีพักขยะ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทั้งนี้ ขยะที่เกิดขึ้นในช่วงนี้บริษัทที่รับจ้างก่อสร้างจะรวบรวมนำไปจัดการให้ในเบื้องต้นก่อน

เนื่องจากยังอยู่ในสัญญาการว่าจ้างก่อสร้างและการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้การจัดการขยะภายในโรงอาหารในอาคารรัฐสภา ยังไม่มีระบบคัดแยกเศษอาหาร ขยะรีไซเคิล ขยะทั่วไป ยังอยู่ระหว่างการจัดวางระบบ แต่เนื่องจากได้เปิดสภาฯ และบุคลากรได้มาปฏิบัติงานแล้ว ขยะที่เกิดขึ้นเป็นความรับผิดชอบของร้านค้าที่ต้องนำไปกำจัดเอง

สำหรับขยะภายในอาคารรัฐสภา บริษัทที่รับจ้างทำความสะอาดรัฐสภาจะนำถังขยะของบริษัทมาใช้ โดยฝ่ายอาคารสถานที่วางแผนในเบื้องต้นว่าจะคัดแยกขยะเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ขยะอันตราย ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไป สำหรับการจัดการขยะหน้ากากอนามัยขณะนี้อาศัยการฝากโรงพยาบาลรัฐรับไปกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการต่อไป
... อ่านทั้งหมด