Office of Permanent Secretary for Ministry of Labour

การแบ่งส่วนราชการ ของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2545 ประกอบด้วย
1. ราชการบริหารส่วนกลาง
(1) สำนักบริหารกลาง
(2) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
(3) สำนักตรวจและประเมินผล
(4) สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
(5) สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
2. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค
- สำนักงานแรงงานจังหวัด

อำนาจหน้าที่ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน พ.ศ. 2545 กำหนดดังนี้

1. ราชการบริหารส่วนกลาง
(1) สำนักบริหารกลาง มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไปของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน รวมถึงงานช่วยอำนวยการ
(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การและจัดระบบงาน
(ค) บริหารแผนงาน ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน บัญชี งบประมาณ พัสดุ และอาคารสถานที่ของกระทรวง
(ง) บริหารแผนคน ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลและการเสริมสร้างวินัยและ ระบบคุณธรรม
(จ) พัฒนาและฝึกอบรมความรู้ด้านแรงงานแก่ข้าราชการของกระทรวงแรงงาน ผู้บริหาร องค์การด้านแรงงาน และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
(ฉ) ดำเนินการเกี่ยวกับงานกฎหมายและระเบียบในความรับผิดชอบของกระทรวง และ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง งานนิติกรรมและสัญญา งานเกี่ยวกับความรับผิดในทางแพ่ง งานบริการทางกฎหมาย และงานคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวง รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับการอุทธรณ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกระทรวง
(ช) ดำเนินการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ และดำเนินการประมวล สรุป วิเคราะห์ ประเมินข่าวสารภาพลักษณ์ของกระทรวง
(ซ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย

(2) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(ก) จัดทำแผนแม่บท และแผนปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของกระทรวงให้สอดคล้องกับมาตรฐานและนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ
(ข) พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และเครือข่าย รวมทั้งให้คำปรึกษา แนะนำหรือฝึกอบรม การใช้คอมพิวเตอร์และการใช้โปรแกรม
(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวง
(ง) ดูแลรับผิดชอบความมั่นคงของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกระทรวง
(จ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย

(3) สำนักตรวจและประเมินผล มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(ก) ติดตามตรวจสอบ รายงานผลความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานของส่วนราชการ
(ข) ติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติราชการของส่วนราชการเพื่อให้เป็นไปและสอดคล้องกับ กฎระเบียบ และขั้นตอนที่กำหนด
(ค) ติดตาม ตรวจสอบการใช้ทรัพยากรเพื่อให้มีการจัดสรร การเกลี่ย การประสานระหว่างส่วนราชการให้เกิดความประหยัด คุ้มค่า และสมประโยชน์
(ง) ประเมินผลสัมฤทธิ์ของงานตามภารกิจของส่วนราชการ
(จ) สนับสนุนการตรวจราชการ และดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องราวร้องทุกข์ที่อยู่ใน ความรับผิดชอบของกระทรวง
(ฉ) พัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมเครือข่ายการให้บริการประชาชนในภูมิภาคตามภารกิจของกระทรวง รวมทั้งติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ที่มีผลกระทบต่อภารกิจด้านแรงงาน
(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย ตลอดจนความคุ้มค่า

(4) สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(ก) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำข้อมูลในการกำหนดนโยบาย แผนกลยุทธ์ จัดทำแผนงาน โครงการ รวมทั้งจัดทำ และประสานแผนการปฏิบัติงานของกระทรวง
(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับการงบประมาณ การกำหนดเป้าหมายบริการสาธารณะ การจัดทำแผนกลยุทธ์และจัดสรรงบประมาณตามกรอบความรับผิดชอบของกระทรวง
(ค) จัดทำและพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ ประสานนโยบายและแผนไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนแม่บทของกระทรวง
(ง) แปลงนโยบายระดับชาติ ระดับกระทรวง เป็นแผนแม่บทและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง
(จ) ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยภาวะเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างกำลังแรงงาน ของกิจการด้านแรงงาน รวมทั้งจัดทำดัชนีและระบบเตือนภัยด้านแรงงาน
(ฉ) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการค่าจ้างและสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ รวมทั้งการศึกษาวิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางพัฒนาระบบรายได้และค่าจ้างขั้นต่ำ
(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย

(5) สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่
(ก) เสนอแนวนโยบายความร่วมมือต่างประเทศด้านแรงงาน
(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับกรรมการและข้อตกลงระหว่างประเทศด้านแรงงาน รวมทั้งเร่งรัด การปฏิบัติตามพันธกรณีด้านแรงงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
(ค) ประสานงาน ติดตามและแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านวิชาการและความช่วยเหลือ ด้านแรงงานกับองค์การ หรือหน่วยงานต่างประเทศ ดำเนินการเกี่ยวกับงานทุน พิธีการ รับรอง งานประชุม การเจรจาระหว่างประเทศ รวมทั้งวิเคราะห์การดำเนินงานของกลุ่มหรือองค์การต่างประเทศ
(ง) ประสาน ติดตามสิทธิประโยชน์ ให้ความช่วยเหลือแก่แรงงานและครอบครัวของ แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ และประสานการดำเนินการเพื่อรักษาและส่งเสริมการขยาย ตลาดแรงงานไทยในต่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ
(จ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือ ที่ได้รับมอบหมาย

2. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด
สำนักงานแรงงานจังหวัด มีอำนาจหน้าที่
(ก) กำกับ ดูแล ติดตามและประเมินผลแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวงในความรับผิดชอบของส่วนราชการ สังกัดกระทรวงในเขตพื้นที่จังหวัด
(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับงานยุทธศาสตร์ งานนโยบายและแผน งานพัฒนาเป็นศูนย์สารสนเทศแรงงานในเขตพื้นที่จังหวัด
(ค) ประสานและดำเนินการโครงการพิเศษด้านแรงงานในเขตพื้นที่จังหวัด
(ง) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับ มอบหมาย

ในปี 2546 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2546 ให้รัฐมนตรีว่าการทุกกระทรวงแต่งตั้งข้าราชการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา (Cabinet and Parliamentary Liaison Officer : CPLO) และเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2551 ได้มีการประกาศใช้ระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้มีการจัดตั้งสำนักผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาขึ้น สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ต่อมาได้มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2550 กำหนดให้ทุกส่วนราชการต้องจัดตั้งหน่วยงาน 2 หน่วยงาน คือ กลุ่มตรวจสอบภายใน และกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร นอกจากนี้ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ได้มีการตั้งหน่วยงานภายใน 2 หน่วยงาน คือ สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน ในปี 2552 และสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล ในปี 2554 และเพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 279 กำหนดให้มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภทให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น โดยจะต้องมีกลไกและระบบ ในการดำเนินงาน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้มีการจัดตั้งกลุ่มงานคุ้มครอง จริยธรรมขึ้นในทุกส่วนราชการขึ้นตรงต่อหัวหน้าส่วนราชการ โดยหน่วยงานที่กล่าวมาแล้ว มีโครงสร้างและ อำนาจหน้าที่ ดังนี้

สำนักผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา มีอำนาจหน้าที่
(ก) ให้คำปรึกษาการจัดทำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี
(ข) ตรวจสอบความพร้อม ความสมบูรณ์ และความถูกต้อง ของเรื่องที่หน่วยงานในสังกัด เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
(ค) ประสานการเสนอเรื่องความเห็นของกระทรวงเพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรี
(ง) รายงานความก้าวหน้าของเรื่องที่เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาและการเสนอกฎหมายในทุกขั้นตอน
(จ) แจ้งมติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ และติดตามผลการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี
(ฉ) ดำเนินการเกี่ยวกับการชี้แจงต่อที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องและคณะรัฐมนตรีพิจารณา
(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ 4 ในสำนักงานปลัดกระทรวง ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการ ดำเนินงานภายในสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง และสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร การเงิน และการบัญชี ของสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
(2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ 5 ในสำนักงานปลัดกระทรวง ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร เพื่อทำหน้าที่หลักในการพัฒนาการบริหารของสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวงให้เกิดผลสัมฤทธิ์ มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่ปลัดกระทรวงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
(2) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
(3) ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง ๆ และหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงและกระทรวง
(4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

ข้อ 6 ในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน ให้มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เพื่อทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการส่งเสริมคุ้มครอง จริยธรรมในกระทรวง รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อปลัดกระทรวง โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) เสนอแนะแก่ปลัดกระทรวงเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการในสังกัด รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง เสนอต่อปลัดกระทรวง
(2) ประสาน เร่งรัด และกำกับให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการ
(3) รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ในส่วนราชการ และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(4) คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน
(5) ประสานงาน เร่งรัด และติดตามเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (3) และ (4) และร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(6) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการในสังกัดและการคุ้มครองจริยธรรม เสนอต่อปลัดกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน อำนาจหน้าที่ (ตามคำสั่งที่ 229/2552 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2552 เรื่อง จัดตั้งหน่วยงานภายในสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานระดับสำนักและระดับกลุ่มงาน) มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
ก) การศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ รวมทั้งจัดทำแผนพัฒนากำลังแรงงานในและนอกระบบของประเทศ
ข) เสนอแนะและพัฒนาระบบ รูปแบบ และแนวทางในการบริหารจัดการด้านแรงงาน
ค) จัดทำระบบเตือนภัยด้านเศรษฐกิจแรงงานและคาดการณ์แนวโน้ม เพื่อเสนอแนะแนวทางป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น
ง) จัดทำดัชนีผลิตภาพแรงงาน รวมทั้งเสนอแนะแนวทางและมาตรการยกระดับผลิตภาพแรงงาน
จ) จัดทำข้อมูล สถิติ ข่าวสารด้านแรงงาน รวมทั้งบูรณาการข้อมูลกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ฉ) ติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์แรงงานในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งผลการเจรจาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับนโยบายด้านแรงงาน เพื่อเสนอแนวทางและกำหนดท่าทีการมีส่วนร่วมด้านแรงงานของประเทศ
ช) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการค่าจ้าง
ซ) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ
ฌ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล มีอำนาจหน้าที่ (ตามคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ที่ 250/2554 ลงวันที่ 29 กันยายน 2554 เรื่อง การจัดตั้งสำนักบริหารทรัพยากรบุคคล)
(ก) ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะ ให้คำปรึกษา เพื่อกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน และกระทรวงแรงงาน
(ข) บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานและกระทรวงแรงงานในการวางแผนอัตรากำลังและระบบงาน ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การบริหารค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์
(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานและ กระทรวงแรงงาน รวมทั้งเครือข่ายด้านแรงงาน
(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับการเสริมสร้างวินัยของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานและกระทรวงแรงงาน
(จ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

จากการปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานที่กล่าวมาข้างต้น ประกอบกับมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในหลายครั้ง สามารถสรุปโครงสร้างของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานในปัจจุบัน ดังนี้
1. ราชการบริหารส่วนกลาง มีหน่วยงานในสังกัด ดังนี้
1.1 สำนักบริหารกลาง
- กลุ่มงานช่วยอำนวยการและงานสารบรรณ
- กลุ่มงานคลังและพัสดุ
- กลุ่มงานกฎหมาย
- กลุ่มงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
1.2 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
- กลุ่มงานบริหารคอมพิวเตอร์และเครือข่าย
- กลุ่มงานวางแผนเทคโนโลยีสารสนเทศ
- กลุ่มงานพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์
1.3 สำนักตรวจและประเมินผล
- กลุ่มงานตรวจราชการ
- กลุ่มงานสนับสนุนเครือข่ายและประสานภูมิภาค
- ศูนย์บริการประชาชนกระทรวงแรงงาน
1.4 สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
- กลุ่มพัฒนายุทธศาสตร์
- กลุ่มแผนงานและงบประมาณ
- กลุ่มงานวิเคราะห์และประเมินผล
1.5 สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
- กลุ่มวิเทศสัมพันธ์
- กลุ่มงานประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ
- กองอาเซียน
- สำนักงานแรงงานในต่างประเทศ 14 แห่ง ใน 13 ประเทศ ได้แก่
1) สำนักงานแรงงานในประเทศซาอุดิอาระเบีย (กรุงริยาด)
2) สำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์
3) สำนักงานแรงงานในประเทศบรูไน
4) สำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ไทเป ไต้หวัน
5) สำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) สาขาเมืองเกาสง ไต้หวัน
6) สำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง
7) สำนักงานแรงงานในประเทศญี่ปุ่น
8) สำนักงานแรงงานในประเทศมาเลเซีย
9) ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล
10) ฝ่ายแรงงาน ประจำคณะทูตถาวรประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
11) ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี
12) ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี
13) ฝ่ายแรงงาน ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
1.6 สำนักผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา
1.7 กลุ่มตรวจสอบภายในระดับกระทรวง
1.8 กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
1.9 ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต
1.10 สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน
- กลุ่มงานวิจัยและวางแผนกำลังแรงงาน
- กลุ่มงานเศรษฐกิจแรงงานมหภาค
- สำนักงานคณะกรรมการค่าจ้าง
- สำนักงานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ
- ศูนย์ข้อมูลเศรษฐกิจการแรงงาน
1.11 สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล
- กลุ่มงานวางแผนอัตรากำลัง
- กลุ่มงานสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง
- กลุ่มงานบริหารค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์
- กลุ่มงานพัฒนาบุคลากร
- กลุ่มงานวินัย
2. ราชการบริหารส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย สำนักงานแรงงานจังหวัด 76 จังหวัด
ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงแรงงาน พ.ศ.2545 กำหนดให้สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน มีภารกิจเกี่ยวกับการพัฒนายุทธศาสตร์ แปลงนโยบายของกระทรวงเป็นแผนปฏิบัติ จัดสรรทรัพยากร และบริหารราชการประจำทั่วไปของกระทรวง เพื่อบรรลุเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์ตามภารกิจของกระทรวง โดยมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
1. ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำข้อมูล เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และผลสัมฤทธิ์ของกระทรวง
2. พัฒนายุทธศาสตร์การบริหารของกระทรวง
3. แปลงนโยบายเป็นแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการ
4. จัดสรรและบริหารทรัพยากรของกระทรวงเพื่อให้เกิดการประหยัด คุ้มค่า และสมประโยชน์
5. กำกับ เร่งรัด ติดตามและประเมินผล รวมทั้งประสานการปฏิบัติงานของส่วนราชการในสังกัดกระทรวง
6. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อใช้ในการบริหารงานและการบริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง
7. ดูแลงานประชาสัมพันธ์ การต่างประเทศ และพัฒนาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย
8. ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบรายได้และค่าจ้างขั้นต่ำ
9. วิจัยและพัฒนาด้านแรงงาน
10. ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงและเรื่องราวร้องทุกข์ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวง
11. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงหรือตามที่กระทรวงหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
วิสัยทัศน์ (Vision)

เป็นองค์กรนำในการบริหารจัดการยุทธศาสตร์ด้านแรงงาน อำนวยการให้เกิดการทำงานเชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิผล

พันธกิจ (Mission)

1. ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำข้อมูลเพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายและแผนปฏิบัติราชการ
2. พัฒนายุทธศาสตร์การบริหารงานของกระทรวง
3. กำกับ เร่งรัด ติดตามและประเมินผล รวมทั้งการตรวจราชการ และรับเรื่องราวร้องทุกข์
4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การประชาสัมพันธ์ การต่างประเทศ และพัฒนาปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย
5. ส่งเสริมการวิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาระบบค่าจ้าง รายได้ และงานด้านแรงงาน
   ประเด็นยุทธศาสตร์
1. การเสริมสร้างความสมดุลของตลาดแรงงาน และความยั่งยืนให้ภาคแรงงาน
2. การเพิ่มขีดความสามารถของกำลังแรงงานและผู้ประกอบการในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ
3. การบริหารจัดการด้านแรงงานระหว่างประเทศ
4. การเสริมสร้างความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กำลังแรงงาน
5. การพัฒนาการบริหารจัดการของกระทรวงแรงงานให้มีความเป็นเลิศ

นโยบายกระทรวงแรงงาน ตามแนวทางการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
กระทรวงแรงงานมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการแรงงานซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเพื่อให้การดำเนินงานของกระทรวงแรงงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถตอบสนองแนวทางการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กระทรวงแรงงานจึงได้กำหนดนโยบายตามแนวทางการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนี้

1. การรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วราชอาณาจักร ให้หัวหน้าหน่วยงานทุกหน่วยงาน กำชับควบคุมดูแลหน่วยงานในสังกัด ห้ามมิให้บุคคลของหน่วยงานกระทำการ หรือช่วยเหลือบุคคลอื่น ใช้สถานที่หรืออุปกรณ์ของทางราชการ หรือยืมออกไปจากสถานที่ราชการในการสร้างความแตกแยก ยุยง หรือต่อต้าน หรือไม่ให้ความร่วมมือกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยเด็ดขาด
2. การขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ให้ได้โดยเร็วที่สุด
2.1 การบริหารงานของทุกหน่วยงาน ให้ยึดระเบียบบริหารงานปกติ ยกเว้นเรื่องที่เป็นปัญหาติดขัดด้วยระเบียบหรือปัญหาเร่งด่วน ให้เร่งนำเสนอกระทรวงแรงงาน เพื่อที่จะได้นำปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยยึดหลักให้การขับเคลื่อนภารกิจมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว โปร่งใส สร้างความไว้วางใจจากประชาชน ทั้งนี้ให้ยึดระเบียบวินัยการเงิน การคลังของประเทศโดยเคร่งครัด
2.2 เร่งรัดแผนงาน/โครงการ ในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะความต้องการพื้นฐานของประชาชน โดยการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ตามกฎหมาย สำหรับแผนงาน/โครงการที่ติดขัดปัญหาอันเนื่องมาจากการเว้นว่างไม่มีรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ให้เร่งตรวจสอบและจัดลำดับความสำคัญ พร้อมเสนอรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณา เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา/ข้อขัดข้องต่อไป
2.3 เร่งรัดการดำเนินการโครงการจ้างงานเร่งด่วนฯ โดยเฉพาะการขุดลอกคูคลอง เพื่อสร้างหรือปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน รวมไปถึงการฝึกฝีมือแรงงานเพื่อซ่อม/สร้างในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ
2.4 จัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ปี 2558 ให้เหมาะสมและทันตามกำหนดเวลา
2.5 เร่งรัดการดำเนินการเรื่องการขยายระยะเวลาให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (เมียนมา ลาว และกัมพูชา) กลุ่มที่ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 จำนวน 93,866 คนซึ่งใบอนุญาตทำงานจะหมดอายุในวันที่ 11 สิงหาคม 2557 ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้อีก 1 ปี ทั้งนี้ให้จัดตั้งศูนย์พิสูจน์สัญชาติตามแนวชายแดน อาทิ จังหวัดหนองคาย สระแก้ว เชียงราย ระนอง โดยให้ประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และกำหนดเวลาดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 1 ปี
2.6 ส่งเสริมการดำเนินการของสถานประกอบกิจการขนาดเล็กและชนบท ผ่านเขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือช่องทางผ่านแดนที่สำคัญ เพื่อสกัดกั้นมิให้แรงงานต่างด้าว ผิดกฎหมายเข้ามาทำงานชั้นใน โดย
2.6.1 ดำเนินการเพื่อให้มีการรับรองเอกสารแสดงตนของแรงงานต่างด้าวตามที่ทางการของประเทศต้นทางออกให้ และเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้มีระเบียบรองรับการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานในงานบางประเภทได้ในบริเวณแนวตะเข็บชายแดน ตาม ม. 14 แห่งพระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2551 โดยให้ครอบคลุมแรงงานทั้ง 3 ส่วน คือ 1) แรงงานที่เข้ามาทำงานแบบเช้ามา – เย็นกลับ 2) แรงงานตามฤดูกาล และ 3) แรงงานประจำรายปี
2.6.2 ตรวจและคุ้มครองให้มีการใช้แรงงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เพื่อป้องกันการกล่าวหาการใช้แรงงานที่อาจนำไปสู่ประเด็นการ ค้ามนุษย์ด้านแรงงาน
2.6.3 ฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษให้มีผลิตภาพสูง โดยเน้นการบริหารจัดการร่วมกับกลุ่มอุตสาหกรรมในพื้นที่
2.6.4 ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำในพื้นที่ เพื่อลดความแออัดในการเข้ามาหางานทำในเมืองให้มากที่สุด
2.7 เพิ่มประสิทธิภาพสถานประกอบการขนาดเล็ก โดยการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เพื่อส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจระดับพื้นฐาน และเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
2.8 จัดทำแผนพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับ Demand – Supply ด้านแรงงาน รวมทั้งส่งเสริมปัจจัยการผลิต (แรงงาน) โดยการพัฒนาฝีมือแรงงานทั้งที่ทำงานในประเทศ และที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการในอนาคต รวมทั้งให้มีแรงงานเพียงพอในทุกภาคการผลิตและบริการทั้งในปัจจุบันและอนาคต
3. ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวงตลอดมา ได้รับการปกป้องจากคนไทยทุกคน โดยสอดแทรกกิจกรรมเทิดพระเกียรติในกิจกรรมบริการของกระทรวงแรงงานและกิจกรรมสาธารณะ โดยเน้นการสร้างความเข้าใจและการพัฒนาทักษะอาชีพตามแนวทางพระราชดำริ ทั้งนี้ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
4. การดำเนินงานตาม Road Map ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
4.1 ระยะที่ 1 : การปรองดอง สมานฉันท์
4.1.1 ส่งเสริมการใช้กลไกแรงงานสัมพันธ์ในการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ในวงการแรงงาน เพื่อส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน และเป็นพื้นฐานการสร้างความปรองดองในระดับองค์กร โดยการจัดประชุมผู้นำสหภาพแรงงานและเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของสถานประกอบการ
4.1.2 ทำความเข้าใจกับแรงงานไทยที่ทำงานอยู่ในต่างประเทศที่อยู่ในความดูแลของสำนักงานแรงงานในต่างประเทศ รวมทั้งการทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการต่างประเทศที่มีการจ้างแรงงานไทย เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทยที่ถูกต้องและให้เวลากับประเทศไทยในการปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม เพื่อแก้ไขประชาธิปไตยของไทยให้เป็นสากล ถูกต้อง ชอบธรรม รับผิดชอบ คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย โดยผ่านกลไกของสำนักงานแรงงานในต่างประเทศ ตลอดจนการทำความเข้าใจกับนานาชาติในโอกาสการเข้าไปร่วมประชุมตามเวทีระหว่างประเทศ
4.1.3 สอดแทรกกิจกรรมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในทุกกิจกรรมของกระทรวงแรงงานทั้งในและต่างประเทศ อาทิ โครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป
4.2 ระยะที่ 2 : ตั้งสภาปฏิรูป
4.2.1 เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งนายจ้าง ลูกจ้าง นักวิชาการด้านแรงงาน ภาคเอกชน และ NGOs ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อปฏิรูปการบริหารจัดการด้านแรงงาน อาทิ โครงสร้างองค์กร กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง
4.2.2 จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน อาทิ กฎ ระเบียบ และงานที่เกี่ยวข้อง ให้สอดคล้องกับแนวทางการปฏิรูปประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
4.3 ระยะที่ 3 : การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ขอความร่วมมือให้สถานประกอบการอนุญาตให้ลูกจ้างไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่ถือเป็นวันลา
   รายละเอียดผลผลิต/โครงการ กิจกรรมหลักและตัวชี้วัดในปี 2558 มีดังนี้

1. โครงการกระทรวงแรงงานพบประชาชน
2. โครงการเสริมสร้างธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ
3. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลด้านแรงงานเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
4. โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการด้านแรงงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้
5. โครงการมหกรรมด้านแรงงานเฉลิมพระเกียรติ
6. ผลผลิตประชาชนวัยแรงงานในพื้นที่ได้รับบริการด้านแรงงาน
7. ผลผลิตยุทธศาสตร์ แผน ข้อเสนอ และระบบการบริหารจัดการแรงงาน
8. โครงการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน
9. ผลผลิตการส่งเสริมขยายตลาดและคุ้มครองแรงงานไทยในต่างประเทศ