State Enterprise Policy Office

อำนาจหน้าที่
(๑) เสนอแนะนโยบาย แผน กฎหมาย ระเบียบ และมาตรการที่เกี่ยวกับการบริหารและพัฒนารัฐวิสาหกิจ
และหลักทรัพย์ของรัฐ
(๒) กำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และพัฒนารัฐวิสาหกิจให้มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบาย แผน กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการบริหารและพัฒนารัฐวิสาหกิจ
(๓) ให้คำปรึกษา เสนอแนะ และให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการของการบริหารและพัฒนาองค์กร
แก่รัฐวิสาหกิจ
(๔) ดำเนินการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐในรัฐวิสาหกิจและกิจการที่รัฐถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละห้าสิบ
ของทุนทั้งหมด
(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ
(๖) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน หรือตามที่กระทรวง
หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
วิสัยทัศน์
        “เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาและเพิ่มมูลค่ารัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ รวมทั้งส่งเสริมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน”

พันธกิจ
๑) เสนอแนะนโยบาย แผน กฎหมาย ระเบียบ และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารและ พัฒนารัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ
๒) กำกับ ดูแล ติดตาม ประเมินผล และพัฒนารัฐวิสาหกิจให้มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบาย แผน กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการบริหารและพัฒนารัฐวิสาหกิจ
๓) ให้คำปรึกษา เสนอแนะ และให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการของการบริหารและพัฒนาองค์กรแก่รัฐวิสาหกิจ
๔) ดำเนินการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐในรัฐวิสาหกิจและกิจการที่รัฐถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละ 50
๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ
ภารกิจหลัก
บริหารและพัฒนารัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ โดยการเสนอแนะนโยบายและมาตรการกำกับดูแล การประเมินผล และการพัฒนารัฐวิสาหกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพรัฐวิสาหกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ทรัพย์สินของรัฐ พร้อมทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

ยุทธ์ศาสตร์
ยุทธศาสตร์1 : พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ การดำเนินงาน และการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจให้มีคุณภาพและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี

เป้าประสงค์ :

๑. รส. สามารถให้บริการที่มีประสิทธิภาพตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุม ทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม

๒. รส. มีความมั่นคงทางการเงินและสามารถเลี้ยงตัวเองได้ พร้อมทั้ง เป็นแหล่งรายได้และกลไกสำคัญในการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพ
ของประเทศอย่างยั่งยืน

๓. รส. มีกฎระเบียบ/หลักเกณฑ์ที่ส่งเสริม สนับสนุนและลดอุปสรรคในการดำเนินงาน

กลยุทธ์ :

๑. กำหนดทิศทางการพัฒนา รส. ที่ชัดเจน และได้รับการยอมรับ พร้อมทั้ง ผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์

๒. ปรับปรุงและพัฒนากฎระเบียบ/หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ รส. ให้เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานและเสริมสร้าง
ระบบธรรมมาภิบาลที่ดีของ รส.

๓. พัฒนาระบบประเมินผลให้สามารถนำไปใช้ได้กับ รส. ทุกแห่งอย่างเหมาะสม และมีระบบค่าตอบแทนและแรงจูงใจที่สอดคล้องกับ
ผลการดำเนินงาน

๔. เพิ่มศักยภาพระบบกำกับดูแลและพัฒนา รส. ในเชิงรุกและเชิงลึก และทันต่อสภาวการณ์

๕. สร้างระบบการเฝ้าระวัง ติดตาม และแก้ไขปัญหาของ รส. ในภาพรวม

๖. พัฒนาและสนับสนุนการให้บริการสาธารณะของ รส. ผ่านระบบ PSO และดำเนินการตามระบบอย่างมีประสิทธิภาพ และต่อเนื่อง

๗. กำหนดและผลักดันมาตรการที่เหมาะสมในการสนับสนุนทางการเงินของ รส. เพื่อบริการสาธารณะ


ยุทธศาสตร์๒ : บริหารจัดการและเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ของรัฐอย่างเป็นระบบ เชิงรุก และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ

เป้าประสงค์ :

๑. การบริหารจัดการหลักทรัพย์ของรัฐสามารถตอบสนองนโยบายรัฐได้อย่างเป็นระบบและเป็นไปตามเป้าหมาย

๒. การบริหารจัดการหลักทรัพย์ของรัฐสร้างมูลค่าและผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่รัฐ

กลยุทธ์ :

๑. เสนอแนะแนวทางการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐที่เหมาะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุด

๒. บริหารจัดการหลักทรัพย์ของรัฐเชิงรุกอย่างเป็นระบบ

๓.ปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการบริหารจัดการหลักทรัพย์ของรัฐ

ยุทธศาสตร์๓ : กำหนดนโยบาย ส่งเสริมและสนับสนุนการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐอย่างมี ประสิทธิภาพคุ้มค่า
ในการดำเนินกิจการ มีความโปร่งใสเชื่อถือได้และได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน

เป้าประสงค์ :

๑. เพิ่มโอกาสการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ

๒.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี

๓.ประเทศได้ประโยชน์สูงสุดจากการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐเพื่อสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ :

๑. กำหนดโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เพื่อสร้างความชัดเจนในการร่วมลงทุนของประเทศในอนาคต

๒.พัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และโปร่งใส

๓.พัฒนากระบวนการ แนวทาง และเครื่องมือที่เกี่ยวกับการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ อย่างต่อเนื่อง

๔. พัฒนาบุคลากรของ สคร. ให้มีความสามารถในการวิเคราะห์ และติดตามการการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นระบบ

๕. เผยแพร่ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อเป็นประโยชน์ลดปัญหาและอุปสรรคในการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ
รวมทั้งสร้างการยอมรับแก่ประชาชน

ยุทธศาสตร์๔ : พัฒนาศักยภาพและระบบธรรมาภิบาลของกรรมการ รส. และหลักทรัพย์ของรัฐ

เป้าประสงค์ :

๑. กรรมการ รส. และหลักทรัพย์ของรัฐ มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ รวมทั้ง มีความเป็นมืออาชีพที่สามารถผลักดันให้องค์กรพัฒนา
การให้บริการ การดำเนินการ และการบริหารจัดการได้

๒. กรรมการ รส. และหลักทรัพย์ของรัฐ บริหารจัดการรัฐวิสาหกิจด้วยหลักธรรมาภิบาลที่ดีและโปร่งใส

กลยุทธ์ :

๑.พัฒนาหลักเกณฑ์กลางในการสรรหากรรมการ รส. และหลักทรัพย์ของรัฐ ให้เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน

๒. เสริมสร้างความรู้ความสามารถรอบด้านอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้ง สร้างความตระหนักในบทบาทหน้าที่ ให้แก่กรรมการ รส.
และหลักทรัพย์ของรัฐ

๓.พัฒนาระบบการกำกับดูแลและสนับสนุนการปฏิบัติงานของกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลัง

๔.พัฒนาเครื่องมือการเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญให้แก่กรรมการผู้แทนกระทรวงการคลัง

๕.ทบทวนระบบแรงจูงใจของกรรมการ รส. และหลักทรัพย์ของรัฐ ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานและสภาพการณ์



ยุทธศาสตร์๕ : เพิ่มศักยภาพบุคลากรและระบบในการทำงานของ สคร. ให้สามารถปฏิบัติงานตามภารกิจได้ตาม เป้าหมาย
พร้อมทั้งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

เป้าประสงค์ :

๑.บุคลากรของ สคร. มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายและมีคุณภาพ

๒. ระบบสนับสนุนการปฏิบัติงานเอื้อให้ สคร. และบุคลากรสามารถดำเนินการได้ดีขึ้น

๓. บุคลากร สคร. มีความภาคภูมิใจและมีความสุขในการทำงาน

๔. สคร. เป็นที่รู้จักและยอมรับในการปฏิบัติงานตามภารกิจอย่างกว้างขวาง

กลยุทธ์ :

๑. พัฒนาบุคลากรของ สคร. อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ พร้อมทั้ง สร้าง Service mind ของบุคลากร สคร. ให้สามารถให้บริการ
แก่ส่วนงานภายใน รัฐวิสาหกิจและผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดความประทับใจ

๒. มีแผนในการบริหารทรัพยากรด้านบุคลากรที่ชัดเจนและมีความต่อเนื่อง

๓. ทบทวน ปรับปรุง และพัฒนากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมกับภารกิจหน้าที่ของ สคร. และมีความเหมาะสมกับสภาวการณ์
ที่เปลี่ยนแปลงไป

๔. สร้างมาตรฐานในการทำงานภายใน สคร. ให้มีความชัดเจน ให้สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สคร. และเป็นตามหลักธรรมาภิบาล
ที่ดีพร้อมทั้งส่งเสริมการทำงานเป็นทีม

๕. พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ง่ายและเอื้อประโยชน์และสนับสนุนการทำงาน

๖.ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดีขึ้น

๗.ประชาสัมพันธ์ผลงานของ สคร. อย่างต่อเนื่อง


ค่านิยม

ค่านิยมและวัฒนธรรมระดับองค์กรของ สคร. กำหนดไว้ดังนี้

ส สัตย์ซื่อ ถือคุณธรรม

ส ๑ ซื่อสัตย์ สุจริต บุคลากรในองค์กรทุกคนทุกหน่วยงานต้องมีความซื่อสัตย์ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือส่วนพวกพ้อง
ทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าการกระทำนั้นจะกระทำการในฐานะของ สคร. หรือในฐานะส่วนบุคคล เสียสละประโยชน์ส่วนตน สร้างความเชื่อใจ
กับรัฐวิสาหกิจ ด้วยการดำเนินงานที่มีจริยธรรมและคุณธรรม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้

ส ๒ เสียสละ บุคลากรของ สคร. ต้องมีความเสียสละทั้งกำลังกาย กำลังใจ และเวลา ด้วยข้อจำกัดของจำนวนบุคลากร
และภาระหน้าที่ขององค์กร

ส ๓ มีจริยธรรม คุณธรรม บุคลากรของ สคร.ควรตระหนักในจริยธรรมและคุณธรรม สร้างความภาคภูมิใจในผลงานของตน
และเป็นที่ยอมรับนับถือเชื่อใจจากรัฐวิสาหกิจด้วยจริยธรรม

ส ๔ โปร่งใส กระบวนการทำงานทุกอย่างทุกขั้นตอนใน สคร. สามารถตรวจสอบได้และสามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้

ค ความสามารถแบบมืออาชีพ

ทำงานอย่างเป็นมืออาชีพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิผล มุ่งมั่นในการทำงาน
ด้วยหลักการทำงานที่ดี ด้วยสำนึกของความเป็นผู้ประกอบการ ด้วยการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบร่วมกัน

ค ๑ ยึดมั่นในหลักการทำงานที่ดี เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตน ยึดถือในกฎหมายของประเทศชาติ กฎระเบียบ
ทั้งของรัฐวิสาหกิจและ สคร. โดยมีหลักการและจุดยืนของตนเองที่ชัดเจนในการใช้กฎ ระเบียบ และข้อบังคับใดเพื่อให้เกิดประโยชน์
กับส่วนรวมเป็นที่ตั้ง

ค ๒ มีจิตวิญญาณเป็นผู้ประกอบการบุคลากรใน สคร. จะต้องมีสำนึกความเป็นเจ้าของกิจการรัฐวิสาหกิจดำเนินการ
ในรัฐวิสาหกิจเปรียบเสมือนกับเป็นเจ้าของในฐานะตัวแทน ของเจ้าของรัฐวิสาหกิจที่แท้จริงนั่นคือประชาชน

ค ๓ เน้นการมีส่วนร่วม ร่วมกันทำงานด้วยกระบวนการกลุ่ม ทำงานเป็นทีมทั้งการทำงานใน สคร. และการทำงานกับรัฐวิสาหกิจ
มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีจิตวิญญาณการเป็นนักประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างพันธมิตรในการทำงานที่แข็งแกร่ง

ค ๔ มีความรับผิดชอบร่วมกัน บุคลากรใน สคร. ต้องทำงานอย่างระมัดระวัง รอบคอบด้วยความตระหนักว่าการดำเนินการใดๆ
ของตนย่อมส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในสังคม ในรัฐวิสาหกิจ และใน สคร. เอง รวมทั้งยอมรับผลกระทบต่อ
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในสังคม ในรัฐวิสาหกิจ และใน สคร. เอง รวมทั้งยอมรับและแก้ไขผลการกระทำทั้งหมดไม่ว่าจะรับผิด
หรือรับชอบตลอดจนสามารถอุทิศเวลาร่วมกันให้งานที่รับผิดชอบสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีภายในเวลาที่กำหนดได้

ค ๕ พัฒนาตนเองตลอดเวลาบุคลากรต้องพัฒนาตนเอง แสวงหาความรู้และประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถทำงานเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์สังเคราะห์สิ่งต่างๆ ในมุมมองแบบก้าวหน้า

ร รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน

ยึดถือไว้ในใจว่าการกระทำของ สคร. มีผลต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนและประเทศชาติ สคร. จึงต้องมีความเข้าใจ
ในความสัมพันธ์ บทบาทหน้าที่ของ สคร. เกี่ยวพันกับผลประโยชน์ของประเทศชาติในรัฐวิสาหกิจ มีพันธะในการสร้างมูลค่าเพิ่ม
ให้กับรัฐวิสาหกิจและปกป้องผลประโยชน์ของชาติไปในขณะเดียวกัน

ร ๑ สร้างมูลค่า การดำเนินงานภายใน สคร. เป็นไปเพื่อการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับรัฐวิสาหกิจ ในฐานะหน่วยงานที่ต้องดูแลรักษาและเพิ่มพูนผลประโยชน์ของรัฐ บุคลากรใน สคร. จึงต้องตระหนักถึงมูลค่ามหาศาลในรัฐวิสาหกิจ และเพิ่มมูลค่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ด้วยจิตสำนึกเพื่อสร้างคุณค่าให้กับประเทศ สร้างคุณค่าให้กับรัฐวิสาหกิจ และสร้างคุณค่าให้กับ สคร.

ร ๒ มีการกำกับ ติดตาม ตรวจประเมินผล บุคลากรใน สคร. ต้องตระหนักถึงความสำคัญในการกำกับติดตามตรวจประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจ
ที่มีต่อผลประโยชน์ของประเทศอย่างสม่ำเสมอและเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใสอย่างเป็นมืออาชีพ ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลกำกับและประเมินผลงานของ สคร. ให้เป็นไปตามหลักการเพื่อรักษาผลประโยชน์ทั้งปวงของประเทศชาติ

ร ๓ จิตวิญญาณของความเป็นไทยบุคลากรใน สคร.ต้องตระหนัก มีความรักและหวงแหนในทรัพย์สมบัติของชาติ รักษาศิลปวัฒนธรรมและขนบจารีตของไทย ในขณะที่ ก็ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ และรู้เท่าทันนโยบายการดำเนินงานองค์กรแบบสากล