Office of the Consumer Protection Board

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ปัจจุบัน

พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 20 ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

1. รับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
2. ติดตามและสอดส่องพฤติการณ์ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค และจัดให้มีการทดสอบหรือ
พิสูจน์สินค้าหรือบริการใดๆ ตามที่เห็นสมควรและจำเป็นเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
3. สนับสนุนหรือทำการศึกษาและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองของผู้บริโภคร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานอื่น
4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการศึกษาแก่ผู้บริโภคในทุกระดับการศึกษาที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและอันตรายที่อาจได้รับ จากสินค้าหรือบริการ
5. ดำเนินการเผยแพร่วิชาการ และให้ความรู้และการศึกษาแก่ผู้บริโภคเพื่อสร้างนิสัยในการบริโภคที่เป็นการส่งเสริมพลานามัย ประหยัดและใช้
ทรัพยากรของชาติให้เป็นประโยชน์มากที่สุด
6. ประสานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมส่งเสริม หรือกำหนดมาตรฐานของสินค้าหรือบริการ
7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่องมอบหมาย      
วิสัยทัศน์ (Vision) "เป็นองค์กรหลักในการสร้างความเป็นธรรม ผู้บริโภคมีความเข้มแข็ง ตระหนักในสิทธิและหน้าที่"พันธกิจ (Mission) 1. พัฒนามาตรฐาน มาตรการ กฎหมาย ตลอดจนระเบียบข้อบังคับต่างๆ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน 2. พัฒนาระบบและกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อป้องกัน ควบคุม/กำกับดูแลสินค้าและบริการให้มีความปลอดภัย รวมถึงการชดเชยเยียวยาผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที 3. พัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลการคุ้มครองผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว 4. สร้างนวัตกรรมงานบริการเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค 5. พัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และสามารถปกป้องสิทธิผู้บริโภคของตนได้ 6. ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ 7. ส่งเสริมความร่วมมือทุกภาคส่วนให้มีการบูรณาการงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกระดับอย่างเป็นรูปธรรม
ยุทธศาสตร์ (Strategy)

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนากลไกป้องกันและคุ้มครองผู้บริโภค
กลยุทธ์ที่ 2 การพัฒนากลไกการตรวจสอบ และเฝ้าระวัง สินค้าหรือบริการ
กลยุทธ์ที่ 3 การพัฒนากลไกการเตือนภัยสินค้าหรือบริการ
กลยุทธ์ที่ 3 มีกลไกในการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้บริโภค โดยใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรม
กลยุทธ์ที่ 4 ส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนากฎหมายให้ทันสมัยต่อสภาพปัญหา
กลยุทธ์ที่ 1 กำหนดหรือขับเคลื่อนนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค
กลยุทธ์ที่ 2 มีแผนพัฒนากฎหมาย (4 ปี) และรายปี
กลยุทธ์ที่ 3 มีฐานข้อมูลด้านกฎหมาย
ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค และเครือข่ายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
กลยุทธ์ที่ 1 ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้บริโภคเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์ที่ 2 ขับเคลื่อนการดำเนินงานของเครือข่ายด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาการบริหารจัดการองค์กรและเพิ่มศักยภาพบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ที่.1 พัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์ที่ 2 พัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กรที่ทันสมัย (Smart Office)
กลยุทธ์ที่ 3 การดำเนินงานตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี