ธนาคารแห่งประเทศไทย
Bank of Thailand

โครงสร้างองค์กรก. ส่วนงานในสำนักงานใหญ่ ประกอบด้วย(1) สายนโยบายการเงิน มีหน้าที่ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตามภาวะเศรษฐกิจไทยทั้งภาคการผลิต การใช้จ่าย การเงิน การคลัง อัตราแลกเปลี่ยน ตลาดการเงิน ดุลการชำระเงินของประเทศ หนี้ต่างประเทศ สินทรัพย์ต่างประเทศ เศรษฐกิจระหว่างประเทศ ฐานะเงินลงทุน และเงินสำรองระหว่างประเทศ เพื่อเสนอแนะการดำเนินนโยบายการเงิน และนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งประเมินผลกระทบของมาตรการต่างๆ ที่จะมีผลต่อเสถียรภาพและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมทั้งดำเนินงานวิจัยในหัวข้อที่เกี่ยวกับงานหลักของธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจการเงิน สถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน(2) สายตลาดการเงิน มีหน้าที่ ดำเนินการผ่านตลาดการเงินตามกรอบนโยบายการเงินและนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา การบริหารทุนสำรองทางการ และกำกับ ดูแล การควบคุมแลกเปลี่ยนเงินตรา(3) สายนโยบายสถาบันการเงิน มีหน้าที่ ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน พัฒนา กำหนดนโยบาย และ หลักเกณฑ์ ในการกำกับดูแลสถาบันการเงินและระบบการชำระเงิน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เพื่อส่งเสริมให้ระบบสถาบันการเงินมีความมั่นคง แข็งแกร่ง เป็นที่เชื่อถือของประชาชน และมีความสามารถในการแข่งขันในตลาด(4) สายกำกับสถาบันการเงิน มีหน้าที่ กำกับ ตรวจสอบ วิเคราะห์ฐานะและการดำเนินงาน ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน เพื่อให้มีเสถียรภาพ (5) สายจัดการกองทุน มีหน้าที่ ดำเนินมาตรการให้ความช่วยเหลือในทางการเงิน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ ภายใต้กรอบนโยบายของ ธนาคารแห่งประเทศไทย และรัฐบาล บริหารจัดการทรัพย์สิน หนี้สินและพันธบัตรกองทุน และกำกับดูแลการจัดการด้านนโยบายบริหารสินทรัพย์และสถาบันการเงินที่กองทุนเป็นผู้ถือหุ้น (6) สายช่วยงานบริหาร มีหน้าที่ สนับสนุนระบบการบริหารจัดการงานต่างๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทยในด้านระบบการบริหารงานของผู้บริหารระดับสูง การสื่อสารประชาสัมพันธ์ ด้านกฎหมายและคดีของธนาคารแห่งประเทศไทย งานพิพิธภัณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย และงานหอสมุดและจดหมายเหตุของธนาคารแห่งประเทศไทย(7) สายระบบข้อสนเทศ มีหน้าที่ ศึกษา วิเคราะห์ เสนอแนะแนวนโยบายการพัฒนาและให้บริการระบบการชำระเงินของประเทศ ดูแลรักษาบัญชีเงินฝากของหน่วยงานของรัฐ เป็นผู้แทนจัดการตราสารหนี้ภาครัฐและ ธปท. บริหาร จัดเก็บ รวบรวม ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติให้ได้มาตรฐานสากล สำหรับใช้ประกอบการกำหนดนโยบายการเงินและนโยบายสถาบันการเงิน และมีการเผยแพร่ข้อมูลแก่สาธารณชน ดำเนินการให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของ ธนาคารแห่งประเทศไทย อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (8) สายวางแผน มีหน้าที่ วางแผนการดำเนินงานและบริหารจัดการ ในด้านทรัพยากรบุคคล งานงบประมาณและการบริหารต้นทุน งานพัฒนาองค์กรให้มีระบบการทำงาน การบริหารจัดการ โครงสร้างองค์กร ที่มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และมีอัตรากำลังเหมาะสม งานประมวลบัญชี งบการเงิน และการรับจ่ายเงินของ ธปท.(9) สายปฏิบัติการ มีหน้าที่บริหารจัดการและดำเนินงานให้บริการขั้นพื้นฐานภายใน ธปท. เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานและดำเนินงานด้านการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับบุคคล ข้อมูล ข่าวสาร สถานที่และทรัพย์สิน การขนส่งธนบัตรและทรัพย์สินมีค่าของ ธปท. การกำกับดูแลกิจการของ ธปท. ในเขตภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้(10) สายออกบัตรธนาคาร มีหน้าที่ ออกและจัดการธนบัตรของรัฐบาล และบัตรธนาคาร ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยเงินตรา(11) ฝ่ายตรวจสอบกิจการภายใน มีหน้าที่ ตรวจสอบกิจการและการดำเนินงานของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่า ส่วนงานต่างๆ มีการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญอย่างเพียงพอและเหมาะสม มีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิผล มีการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ คำสั่ง และระเบียบพิธีปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หลักของธนาคารแห่งประเทศไทย(12) ฝ่ายบริหารความเสี่ยงและปฏิบัติการทางการเงิน มีหน้าที่ ศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการ เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงทางการเงินของการบริหารเงินสำรองทางการ ตลอดจนดำเนินการเกี่ยวกับการรับชำระราคา การโอนเงิน และหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมด้านบริหารเงินสำรองและด้านตลาดการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในตลาดเงิน ตลาดตราสารหนี้ ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา และการบริหารเงินสำรองทางการ ข. สำนักงานธนาคารแห่งประเทศไทยในภูมิภาค ภายใต้การกำกับดูแลของสายปฏิบัติการมีหน้าที่ บริหาร จัดการ และดำเนินการเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจการธนาคารภายในประเทศ การดำเนินธุรกิจเงินตราต่างประเทศ การศึกษา วิเคราะห์ และติดตามภาวะเศรษฐกิจการเงิน รวมทั้งศึกษา ติดตาม และวิเคราะห์การประกอบธุรกิจการเงินนอกระบบและสถานะการเงินของกลุ่มธุรกิจที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินของท้องถิ่นและต่อประเทศ ในขอบเขตพื้นที่ภูมิภาค คือ(1) สำนักงานภาคเหนือ รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครสวรรค์ น่าน พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี (2) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม นครราชสีมา บุรีรัมย์ บึงกาฬ มหาสารคาม มุกดาหาร ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สุรินทร์ หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ (3) สำนักงานภาคใต้ รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด กระบี่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี และยะลา
"บทบาทหน้าที่ " ตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551

1. ออกและจัดการธนบัตรของรัฐบาลและบัตรธนาคาร
เป็นผู้ออกธนบัตรของรัฐบาล ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยเงินตรา และมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะออกบัตรธนาคารในราชอาณาจักร

2. กำหนดและดำเนินนโยบายการเงิน
ดำเนินนโยบายการเงินตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงินกำหนด ได้แก่ รับเงินฝาก กำหนดอัตราดอกเบี้ยในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงิน ซื้อขายเงินตราต่างประเทศและแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดในอนาคต กู้ยืมเงินตราต่างประเทศเพื่อดำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพแห่งค่าของเงินตรา กู้ยืมเงินเพื่อการดำเนินนโยบายการเงิน ซื้อขายหลักทรัพย์เท่าที่จำเป็นและแลกเปลี่ยนกระแสเงินสดในอนาคต เพื่อควบคุมปริมาณเงินในระบบการเงินของประเทศ รวมถึงยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์ตามที่กำหนดโดยมีหรือไม่มีค่าตอบแทน

3. บริหารจัดการสินทรัพย์ของ ธปท.
บริหารจัดการสินทรัพย์ของ ธปท. (ไม่รวมสินทรัพย์ในทุนสำรองเงินตราตามกฎหมายว่าด้วยเงินตรา) การนำสินทรัพย์ไปลงทุนหาประโยชน์ โดยคำนึงถึงความมั่นคง สภาพคล่อง ผลประโยชน์ตอบแทนของสินทรัพย์ และความเสี่ยงในการบริหารจัดการ

4. เป็นนายธนาคารและนายทะเบียนหลักทรัพย์ของรัฐบาล
เป็นนายธนาคารของรัฐบาล โดยมีอำนาจหน้าที่ในการรับจ่ายเงินเพื่อบัญชีฝากของกระทรวงการคลัง การรับเก็บรักษาเงิน หลักทรัพย์ หรือของมีค่าอย่างอื่นเพื่อประโยชน์ของรัฐบาล การเป็นตัวแทนของรัฐบาลในการซื้อขายโลหะทองคำและเงิน การซื้อขายและโอนตั๋วแลกเงิน หลักทรัพย์และใบหุ้น การควบคุมและการรวมไว้ในแหล่งกลางซึ่งเงินปริวรรตต่างประเทศ หรืออาจเป็นนายธนาคารของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ นอกจากนี้ อาจเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของรัฐบาล โดยมีอำนาจกระทำการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ของรัฐบาล จ่ายเงินต้นและดอกเบี้ย หรืออาจเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของรัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

5. เป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน
เป็นนายธนาคารของสถาบันการเงิน โดยมีอำนาจหน้าที่ในการให้กู้ยืมเงินหรือให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันการเงิน การรับเก็บรักษาเงิน หลักทรัพย์ หรือของมีค่าอย่างอื่นของสถาบันการเงิน รวมถึงการสั่งให้สถาบันการเงินส่งรายงานหรือชี้แจงเพื่ออธิบายเกี่ยวกับทรัพย์สิน หนี้สิน หรือภาระผูกพันได้

6. จัดตั้งหรือสนับสนุนการจัดตั้งระบบการชำระเงิน
จัดตั้งหรือสนับสนุนการจัดตั้งระบบการชำระเงิน ระบบการหักบัญชีระหว่างสถาบันการเงิน และบริหารจัดการระบบดังกล่าวให้เกิดความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

7. กำกับและตรวจสอบสถาบันการเงิน
กำกับ ตรวจสอบ วิเคราะห์ฐานะและการดำเนินงาน ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน เพื่อให้มีเสถียรภาพ

8. บริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราภายใต้ระบบการแลกเปลี่ยนเงินตรา รวมทั้งบริหารจัดการสินทรัพย์ในทุนสำรองเงินตรา ตามกฎหมายว่าด้วยเงินตรา

9. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน
วิสัยทัศน์ (Vision) คือ "เป็นองค์กรที่มองการณ์ไกล พนักงานมีความสามารถสูง และอุทิศตนเพื่อดูแลเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นความผันผวนได้อย่างราบรื่น" พันธกิจ (Mission) คือ "มุ่งเสริมสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่มั่นคง มีเสถียรภาพ เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนขึ้น อันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง"   ค่านิยมร่วม (Values) : PI-WADH 1. กระตือรือร้นที่จะเปลี่ยนแปลง และแสวงหาความรู้ใหม่ (Proactive to Change with Passion to Learn) 2. ซื่อตรงต่อหน้าที่ และยืนหยัดในความถูกต้อง (Integrity) 3. เต็มใจรับฟัง แลกเปลี่ยนความคิด และพร้อมรับผิดรับชอบร่วมกัน (Willing to Share) 4. สื่อความสัมฤทธิ์ผล (Ability to Communicate) 5. อุทิศตนเพื่องาน (Dedication) 6. ไม่วางตัวเหนือผู้อื่น (Humility)
 ธนาคารได้กำหนดเป้าประสงค์ (Strategic Objectives) ดังนี้
1. รับมือกับความผันผวน (การไหลของเงินทุน) และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ
2. เพิ่ม Efficiency ในระบบเศรษฐกิจโดยเปิดเสรีการเงิน และสถาบันการเงิน
3. ป้องกันความเสี่ยงระบบการเงิน (Systemic Risk)
4. Align หน่วยงานภายใน และสร้างพันธมิตรกับภายนอก (Execution Alliance) ในเรื่องนโยบาย และการปฏิบัติ
5. เปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่บังคับใช้ใหม่ให้ราบรื่น (Smooth Transition)
6. เตรียมความพร้อมเชิงรุก (Proactive) ให้รองรับกฎเกณฑ์ใหม่
7. ขยายการใช้ E-Payment ให้แพร่หลายในกลุ่ม Bulk Payment และ Conventional Media (ATM)
8. ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้สามารถขับเคลื่อนกลยุทธ์โดยใช้ Balanced Scorecard (BSC)