สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.)
Community Organizations Development Institute (Public Organization) :: CODI ::

 โครงสร้างและกลไกการทำงาน



     สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมุ่งมั่นเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานราก ด้วยพลังขององค์กรชุมชนและประชาสังคมโดยที่ชุมชนเป็นแกนหลัก การมีส่วนร่วมและการกระจายอำนาจการตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สถาบันจะต้องประสานพลังจากทุกภาคส่วน การจัดโครงสร้างและกลไกการทำงานของสถาบันจึงดำเนินการอย่างสอดคล้องกันซึ่งปรากฏไว้อย่างชัดเจนในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พ.ศ.2543 ข้อบังคับ ตลอดจนระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้


คณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(บอร์ด พอช.)   s Downloads คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด


     มีจำนวนทั้งสิ้น 11 คน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ แต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงด้านการพัฒนาชุมชนหรือด้านการบริหารองค์กรที่ได้รับการสรรหา กรรมการส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 4 คน ซึ่งเป็นผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมการพัฒนาชุมชน และการเคหะแห่งชาติ กรรมการผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวน 3 คน แต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับการสรรหาจากตัวแทนองค์กรชุมชน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 คน แต่งตั้งจากผู้ที่ได้รับการสรรหาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการพัฒนาชุมชน การบริหารองค์กร การเงิน หรือด้านอื่น ๆ ซึ่งจะต้องมิใช่ข้าราชการหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐอย่างน้อยหนึ่งคน เลขานุการ ได้แก่ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนโดยตำแหน่ง คณะกรรมการสถาบันฯ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี



คณะอนุกรรมการและคณะทำงาน   s Downloads คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด
 


โครงสร้างการทำงานของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)


     การจัดโครงสร้างการทำงานของสถาบันฯเน้นความยืดหยุ่น คล่องตัว สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วตามความจำเป็นของสถานการณ์ การบริหารจัดการเป็นความสัมพันธ์แบบแนวราบที่ไม่มีสายการบังคับบัญชามากนัก โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงกำกับดูแลภาพรวม โครงสร้างจัดเป็นกลุ่มงาน โดยในแต่ละกลุ่มงานประกอบด้วยส่วนงานต่าง ๆ ที่มีภารกิจใกล้เคียงหรือสัมพันธ์กัน


    เพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้ สถาบันฯ เป็นองค์กรสนับสนุนเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนและเครือข่ายองคืกรชุมชน และเป็นเครื่องมือของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นเพื่อนำไปสู่เป้าหมายร่วม "ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง" ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เน้นการกระจายการบริหารจัดการไปที่ภาค กลุ่มจังหวัดและจังหวัด เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นได้มีโอกาสในการจัดการตนเองมากขึ้น


     คณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถาบัน รองผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการ  ร่วมกันบริหารจัดการองค์กรให้บรรลุเป้าหมาย


     กลุ่มงาน เป็นกลไกในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเหมาะสม บทบาทหน้าที่ที่สำคัญ ได้แก่ การร่วมกันพิจารณากลั่นกรอง ให้คำแนะนำปรึกษา ร่วมกันตัดสินใจและรับผิดชอบในเรื่องที่สำคัญต่าง ๆ มี 3 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานพื้นที่  กลุ่มงานสนับสนุนการเชื่อมโยงขบวนและพัฒนายุทธศาสตร์ชุมชน กลุ่มงานสนับสนุนและบริหารองค์กร 


     ส่วน/หน่วย/สำนัก/ศูนย์ เป็นหน่วยงานย่อยที่ปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ตามที่สถาบันมอบหมาย โดยมีหัวหน้าส่วน/หน่วย/สำนัก/ศูนย์ เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ



  1. สำนักสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนมีหน้าที่สนับสนุนการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนทั้งเชิงพื้นที่และประเด็นการพัฒนาระดับชาติ สนับสนุนการพัฒนายุทธศาสตร์ภาคชุมชนและการขับเคลื่อนนโยบายสาะารณะด้านต่างๆ และให้มีระบบกลไกการทำงานร่วมกับท้องถิ่น หน่วยงานภาคีพัฒนาทั้งภาครัฐ ประชาสังคม การพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชนให้มีความสามารถในการบริหารจัดการงานพัฒนาและขบวนองค์กรชุมชน และบริหารภาพรวมโครงการพัฒนา ให้แบ่งงานของสำนักสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนเป็น ๓ งานคือ งานเชื่อมโยงขบวนชุมชน  งานประสานนโยบายและภาคีพัฒนา และงานบริหารโครงการ

    • หัวหน้าสำนัก : นางสาวรัชรา  เอียดศิริพันธ์

    • ติดต่อสำนัก : ชั้น ๓ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) รายละเอียดที่อยู่ติดต่อ


  2. สำนักสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนมีหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากิจการสภาองคืกรชุมชนตำบลและการรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน โดยประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานภาคและหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการดำเนินการของสภาองค์กรชุมชนตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ได้แก่ การจัดทำทะเบียนกลาง ดูแลฐานข้อมูลสภาองค์กรชุมชน ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการในการประชุมระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล ประสานและร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.จัดให้มีการรวบรวมข้อมูล ศึกษาวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับงานสภาองค์กรชุมชนตำบล จัดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานสภาองค์กรชุมชนตำบล จัดทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมระดับชาติและรัฐมนตรีเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี เป็นต้น การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและประสานหน่วยงานต่างๆเพื่อติดตามข้อเสนอจากการประชุมระดับชาติให้มีผลทางปฏิบัติ รวมทั้งการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ในการสนับสนุนการพัฒนาสภาองค์กรชุมชน

  3. สำนักงานบ้านมั่นคงมีหน้าที่สนับสนุนการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนเพื่อสร้างความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชนในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคง และโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินชนบท สนับสนุนสำนักงานภาคและขบวนองคืกรชุมชนในการประสานความร่วมมือกับองคืกรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกับท้องถิ่น หน่วยงานภาคีพัฒนาทั้งภาครัฐ ประชาสังคม สนับสนุนการออกแบบวางผังชุมชน พัฒนาระบบสาธารณูปโภคที่อยู่อาศัย การพัฒนาศักยภาพองค์กรชุมชนให้มีความสามารถในการบริหารจัดการงานพัฒนาและขบวนองค์กรชุมชน พัฒนาตัวชี้วัดและการติดตามผลการดำเนินโครงการ โดยมี 2 งานหลักสำคัญคืองานสนับสนุนพื้นที่และประสานนโยบาย  งานบริหารโครงการและบริหารสำนักงานโครงการบ้านมั่นคง 

  4. สำนักสื่อสารการพัฒนามีหน้าที่ในการสื่อสารงานพัฒนาที่ชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักและงานตามพันธกิจขององค์กรต่อขบวนองค์กรชุมชน ภาคีพัฒนา ผู้กำหนดนโยบายและประชาชนทั่วไปเพื่อให้ได้รับรู้ เข้าใจ ยอมรับและสนับสนุนทิศทางการพัฒนาที่ให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง รวมทั้งการสร้างความร่วมมือกับสถาบันวิชาการ วิชาชีพสื่อ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการสื่อสารให้กับองค์กรและขบวนองค์กรชุมชน 

  5. สำนักนโยบายและแผนมีหน้าที่ดำเนินการจัดทำแผนงานและงบประมาณของสถาบันเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ แผนงานของสถาบันให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน บริหารจัดการโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน จัดระบบการติดตามผลการดำเนินงานตามแผนงานและตัวชี้วัดจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ประสานงานการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน สนับสนุนสำนักงานภาคและขบวนองค์กรชุมชนในเรื่องการจัดทำแผนงาน งบประมาณ การพัฒนาตัวชี้วัดและการติดตามรายงาน

  6. สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศมีหน้าที่ในการประสานการจัดทำและติดตามการดำเนินงานแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศของสถาบัน จัดการดูแลการใช้และบำรุงระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่าย รวมถึงการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ให้เพียงพอและมีประสิทธิภาพ พัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศของสถาบัน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการตัดสินใจ สนับสนุนงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงานภาคและขบวนองค์กรชุมชน

  7. สำนักพัฒนาองค์ความรู้และประเมินผลมีหน้าที่ส่งเสริมการจัดการความรู้ การศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของสถาบันและขบวนชุมชน การให้บริการข้อมูล ความรุ้ รายงานเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับงานพัฒนาโดยชุมชนท้องถิ่น จัดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการต่างๆ ระบบงานและประเมินผลการดำเนินงานโดยรวมของสถาบัน สนับสนุนงานพัฒนาองค์ความรู้ จัดการความรู้และติดตามประเมิยผลของสำนักงานภาคและขบวนองค์กรชุมชน และปฏิบัติงานอื่นๆตามที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมาย 

  8. สำนักงานบริหารกองทุนและสินเชื่อมีหน้าที่พัฒนาระบบการบริหารจัดการกองทุนของสถาบันให้มีประสิทธิภาพ พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืนและสามารถสนับสนุนการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและทุนชุมชนได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องไปกับทิศทางชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง การบริหารงานด้านสินเชื่อของสถาบันให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของสินเชื่อเพื่อการพัฒนา โดยมีมาตรฐานตามหลักสากลทั่วไป

  9. สำนักทรัพยากรบุคคลมีหน้าที่จัดระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล พัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลของสถาบันให้มีประสิทธิภาพ วางแผนอัตรากำลังให้สอดคล้องกับโครงสร้างอค์กรดำเนินการสรรหาบุคคล จัดระบบการประเมินผลปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานและต่อสัญญาจ้าง บริหารเงินเดือนค่าจ้าง ค่าตอบแทน พัฒนาระบบสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของผู้ปฏิบัติงานจัดระบบฐานข้อมูลบุคคล ปรับปรุงแะพัฒนาข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล บริหารงบประมาณด้านบุคลากรของสถาบัน จัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรเพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะและจิตสำนึกของผู้ปฏิบัติงานให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานที่เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล 

    • หัวหน้าสำนัก : นางสาววราภรณ์  เอี่ยมวิจารณ์

    • ติดต่อสำนัก : ชั้น ๓ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) รายละเอียดที่อยู่ติดต่อ


  10. สำนักบริหารงานกลางมีหน้าที่ให้บริการเกี่ยวกับงานธุรการและงานสารบรรณกลางของสถาบัน งานพัสดุ ดูแลรักษาและอำนวยความสะดวกอาคารสถานที่ ยานพาหนะ พัฒนาระบบงานและข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับงานสารบรรณและการบริหารพัสดุ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆในสถาบัน รวมถึงสนับสนุนสำนักงานภาคเกี่ยวกับการบริหารสำนักงาน

  11. สำนักการเงินและบัญชีมีหน้าที่บริหารการเงินและบัญชี บริหารเงินคงเหลือให้มีสภาพคล่อง และเกิดผลตอบแทนที่เหมาะสม วิเคราะห์สถานะการเงินของสถาบัน พัฒนาระบบการเงิน การบัญชีและหลักกณฑ์การเบิกจ่ายเงิน เพื่อสนับสนุนองคืกรชุมชนและการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในสถาบันให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ ควบคุมดูแลการรับเงิน จ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน ตรวจสอบและควบคุมการเบิกจ่ายเงินให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบคำสั่ง หลักเกณฑ์ของสถาบัน จัดทำรายงานทางการเงินและอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลางและหน่วยงานอื่น ประสานงานและสนับสนุนข้อมูลทางการเงินกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เก็บรักษาเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับการเงิน ควบคุมดูแลรักษาเอกสารทางบัญชี ตลอดจนจัดระบบข้อมูลการเบิกจ่ายเงินทุกประเภทรวมถึงสนับสนุนการบริหารจัดการการเงินสำนักงานภาคและชุมชน

  12. สำนักผู้อำนวยการมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้ระบบการบริหารงานของคระกรรมการสถาบันและผู้บริหารของสถาบันมีประสิทธิภาพ โดยดูแลรับผิดชอบงานเลขานุการผู้บริหาร การประชุมคณะกรรมการสถาบัน และการประชุมระดับนโยบายที่เกี่ยวข้อง ดูแลงานด้านกฎหมายและให้ความเห็นทางกฎหมายแก่หน่วยงานต่างๆประสานงานกับต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานของสถาบันและขบวนองค์กรชุมชน 

  13. สำนักตรวจสอบมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดให้มีการตรวจสอบ ตามพระราชกฤษฎีกา ข้อบังคับ ระเบียบ กฎหมายและนโยบายตามยุทธศาสตร์์งานของสถาบันเกี่ยวกับการเงิน และบัญชี สินเชื่อ การพัสดุและทรัพย์สิน วิเคราะห์ระบบการบริหารจัดการ และรบบควบคุมภายใน เสนอแนะแนวทางและมาตรการเพื่อพัฒนาระบบงานที่เป็นประโยชน์ต่อสถาบัน ติดตามผลการตรวจสอบ และผลการปฏิบัติงานตามนโยบายการบริหารความเสี่ยง ให้คำปรึกษาและประสานหน่วยงานต่างๆทั้งหน่วยงานรับตรวจสอบภายในและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตรวจสอบ จัดทำรายงานและเสนอผลการตรวจสอบแก่คระอนุกรรมการตรวจสอบ คระกรรมการสถาบันและฝ่ายบริหาร และปฏิบัติงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องหรือได้รับมอบหมายจากคณะอนุกรรมการตรวจสอบหรือฝ่ายบริหาร เพื่อให้การบริหารงานของสถาบันมีประสิทธิภาพและธรรมาภิบาล

    • หัวหน้าสำนัก : นายอธิชาติ  ถาวร

    • ติดต่อสำนัก : ชั้น ๒ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) รายละเอียดติดต่อ


  14. สำนักงานภาค เป็นหน่วยงานย่อยที่ปฏิบัติภารกิจด้านการพัฒนาองค์กรชุมชนในพื้นที่ร่วมกับคณะกรรมการภาค โดยมีผู้จัดการภาคเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ซึ่งมีทั้งหมด 11 สำนักงานภาค  ซึ่งแต่ละสำนักงานภาคร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนในภาคร่วมจัดระบบการทำงานเป็นกลุ่มจังหวัดตามความเหมาะสมของบริบทพื้นที่ คลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม 


 


วิสัยทัศน์


เป็นองค์กรของประชาชนที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งของสังคมจากฐานราก ด้วยพลังองค์กรชุมชนและประชาสังคม


พันธกิจ



  1. สนับสนุนและให้การช่วยเหลือแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชนเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ การเพิ่มรายได้ การพัฒนาที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกในชุมชน ทั้งในเมืองและชนบท โดยยึดหลักการพัฒนาแบบองค์รวมหรือบูรณาการและหลักการพัฒนาที่สมาชิกมีส่วนร่วมเป็นแนวทางสำคัญ ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและประชาสังคม

  2. สนับสนุนและให้การช่วยเหลือทางการเงินแก่องค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน

  3. สนับสนุนและให้การช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาองค์กรชุมชนและเครือข่ายองค์กรชุมชน ตลอดจนประสานงานการสนับสนุนและการให้การช่วยเหลือดังกล่าวจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

  4. ส่งเสริมและสนับสนุนและสร้างความร่วมมือองค์กรชุมชน ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัดและระดับประเทศ



ยุทธศาสตร์และประเด็นยุทธศาสตร์


ยุทธศาสตร์


องค์กรชุมชนเป็นแกนหลัก พื้นที่เป็นตัวตั้ง 


ประเด็นยุทธศาสตร์/แนวทางสำคัญ



  1. การพัฒนาโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง สนับสนุนให้ชุมชนท้องถิ่นมีระบบที่พัฒนาไปสู่การจัดการตนเอง

  2. การประสานความร่วมมือกับชุมชนท้องถิ่นและภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและนโยบาย

  3. การพัฒนาระบบบริหารจัดการของ พอช.


เป้าประสงค์หลัก



  1. ขบวนชุมชนสามารถแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่น

  2. ขบวนชุมชนทุกระดับ (ตำบล จังหวัด ภาค) มีศักยภาพและความสามารถในการบริหารจัดการงานและบริหารขบวน

  3. ภาคีความร่วมมือสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง

  4. ระบบข้อมูลและสารสนเทศงานชุมชนทันสมัย พร้อมใช้

  5. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขององค์กร

  6. พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถปฏิบัติงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพ

  7. กองทุน พอช. เป็นกองทุนพัฒนาที่มีรูปแบบการสนับสนุนหลากหลายเป็นเครื่องมือนำไปสู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง