สำนักงานศาลยุติธรรม
Office Of The Judiciary

การแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานศาลยุติธรรม
จากการทบทวนอำนาจหน้าที่ บทบาทภารกิจ และทิศทางศาลยุติธรรมในระยะปีงบประมาณ
พ.ศ. 2544-2549 จึงเห็นสมควรแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานศาลยุติธรรม ดังต่อไปนี้
(1) สำนักประธานศาลฎีกา
(2) สำนักคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม
(3) สำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
(4) สำนักคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม
(5) กองกลาง
(6) กองการเจ้าหน้าที่
(7) กองการต่างประเทศ
(8) กองวิทยบริการศาลยุติธรรม
(9) กองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์
(10) กองออกแบบและก่อสร้าง
(11) สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
(12) สำนักการคลัง
(13) สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ
(14) สำนักระงับข้อพิพาท
(15) สำนักแผนงานและงบประมาณ
(16) สำนักวิชาการศาลยุติธรรม
(17) สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
(18) สำนักศาลยุติธรรมประจำภาค ตามประกาศ ก.บ.ศ. โดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกา
(19) สำนักอำนวยการประจำศาล ตามประกาศ ก.บ.ศ. โดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกา
(20) สำนักงานประจำศาล ตามประกาศ ก.บ.ศ. โดยความเห็นชอบของประธานศาลฎีกา
พันธกิจสำนักงานศาลยุติธรรม
พันธกิจที่ 1 การอำนวจความยุติธรรม
การพิจารณาพิพากษาคดี
- การไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอื่น
- การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน
พันธกิจที่ 2 การสนับสนุนการอำนวยความยุติธรรม
พันธกิจที่ 3 การประสานความร่วมมือกับยุทธศาสตร์ชาติด้านข้อพิพาทในเชิงเศรษฐกิจภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมาย
พันธกิจที่ 4 การสนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือด้านการยุติธรรมทั้งในและระหว่างประเทศ
พันธกิจที่ 5 การให้บริการประชาชนและสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ศาลยุติธรรม ดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรมภายใต้หลักนิติธรรมเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ทั้งมุ่งส่งเสริมบทบาทศาลยุติธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากลภายใจปี พ.ศ.2556
ศาลยุติธรรมเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตุลาการ ซึ่งมีความสำคัญต่อการปกครองประเทศแบบนิติรัฐ เพื่อคานและดุล
กับอำนาจนิติบัญญัติและบริหาร โดยหลักนิติธรรมศาลยุติธรรมจำเป็นต้องมีความเป็นอิสระไม่ถูกแทรกแซงจากฝ่ายอื่น เพื่อ
ทำหน้าที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และทรัพย์สินของ ปัจเจกชนอย่างอิสระ ด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ภายใต้กฎเกณฑ์แห่ง
กฎหมายอย่างเดียวกัน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยภายใต้ภารกิจหลักในด้านการอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนและการส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน จึงกำหนดนโยบายการบริหารและพัฒนา ศาลยุติธรรมให้สอดคล้องกับภารกิจและสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนไว้ดังนี้
1. นโยบายด้านการพัฒนาการอำนวยความยุติธรรม
1.1 ส่งเสริมการระงับข้อพิพาททางด้านกฎหมายในศาลยุติธรรมด้วยวิธีการไกล่เกลี่ยก่อนการดำเนินกระบวนพิจารณา การประนีประนอมข้อพิพาทโดยการอนุญาโตตุลาการ
1.2 ส่งเสริมการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลยุติธรรมให้เป็นไปโดยสะดวก รวดเร็วประหยัด และเป็นธรรม รวมถึงการนำวิทยาการสมัยใหม่มาใช้ เพื่อลดขั้นตอน เวลา และค่าใช้จ่ายของประชาชนในการดำเนิน
กระบวนการพิจารณา
1.3 ส่งเสริมให้มีการพิจารณาอรรถคดีครบองค์คณะ และต่อเนื่องตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและกฎหมาย และให้นำวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่มาใช้อย่างมี ประสิทธิภาพ
1.4 เสริมสร้างสถานภาพและความเป็นอิสระของผู้พิพากษาในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และกฎหมาย เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน โดยคำนึงถึงสิทธิมนุษย์ชนและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
1.5 ส่งเสริมให้ผู้พิพากษามีความรอบรู้ในวิทยาการสาขาต่าง ๆ และมีความเชี่ยวชาญในกฎหมายพิเศษเฉพาะด้าน เพื่อให้ทันต่อกระแสความเปลี่ยนแปลงด้านสังคม เศรษฐกิจและการเมือง
1.6 ส่งเสริมให้ข้าราชการฝ่ายตุลาการมีกรอบการดำรงตนตามแนวจริยธรรมของ ผู้พิพากษา แนวจริยธรรมข้าราชการศาลยุติธรรม มีความสามัคคีและมีเอกภาพในการอำนวยความ ยุติธรรมโดยซื่อสัตย์และเที่ยงธรรมส่งเสริมและพัฒนาให้ศาลชำนัญพิเศษมีระบบการดำเนินกระบวนการพิจารณาที่ทันสมัย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการ
2. นโยบายด้านการบริหารราชการศาลและสำนักงานศาลยุติธรรม
2.1 พัฒนากระบวนการ ขั้นตอน และระบบงานศาลยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ เอื้อประโยชน์แก่ประชาชนให้ได้รับบริการโดยสะดวก รวดเร็ว ประหยัด เสมอภาค และเป็นธรรม
2.2 จัดระบบและโครงสร้างการบริหารงานในสำนักงานศาลยุติธรรมให้กระทัดรัด คล่องตัว และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ภายใต้งบประมาณที่จำกัด
2.3 พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย มีโครงสร้างเป็นแนวระราบ สายการบังคับบัญชาสั้นโดยแบ่งหน่วยงานหลัก หน่วยงานสนับสนุน และหน่วยงานช่วยอำนวยการตามบทบาทภารกิจที่ชัดเจน และกำหนดอำนาจหน้าที่ให้เอื้ออำนวยและสอดประสานซึ่งกันและกัน เพื่อให้ศาล ยุติธรรมมีเอกภาพ มีการบริหารงานที่เข้มแข็งและโปร่งใส
2.4 กระจายอำนาจในการบริหารงาน งบประมาณ และอัตรากำลังให้แก่ศาลและ
หน่วยงานในสังกัดให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น คล่องตัว และมีประสิทธิภาพ โดยมีการกำกับ ดูแล ตรวจสอบ และรายงานอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการบริหารจัดการที่ดี (Good Governance)
2.5 พัฒนาระบบบริหารงบประมาณโดยเน้นที่ประสิทธิภาพและประสิทธิผล มุ่งเพิ่มผลงานและการบริการประชาชน มีการจัดสรรทรัพยากรแก่ศาล และหน่วยงานอย่างเหมาะสม ทันเวลา และตรงต่อความต้องการ
2.6 ส่งเสริมและพัฒนาการทำงานตามแผนงานโครงการ เพื่อลดความซ้ำซ้อน ง่ายต่อการกำหนดทิศทาง
และสร้างความเป็นเอกภาพแก่หน่วยงาน
2.7 ส่งเสริมให้มีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพตามแผนงานและโครงการ สมประโยชน์
และคุ้มค่า สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
3. นโยบายด้านการพัฒนาบุคคลและกฎหมาย
3.1 ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารงานบุคคลโดยระบบคุณธรรม
3.2 ส่งเสริมให้ข้าราชการฝ่ายตุลาการมีโอกาสพัฒนาศักยภาพ และสร้างความก้าวหน้าตามความรู้ความสามารถ
3.3 ส่งเสริมให้มีการกำกับดูแล ตรวจสอบ และคุ้มครองข้าราชการศาลยุติธรรมด้วยความเป็นธรรมและตรวจสอบได้
3.4 ส่งเสริมให้ข้าราชการศาลยุติธรรมทำงานเป็นทีม เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติมีส่วนร่วมในการตัดสินพัฒนากระบวนการทำงานภายในขอบเขต บทบาทอำนาจหน้าที่ อันจะสร้างทักษะและความเชื่อมั่น
ในความสามารถของตนเอง สร้างความภาคภูมิใจ และวัฒนธรรม องค์กรที่ดี
3.5 พัฒนาและส่งเสริมสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆแก่ข้าราชการฝ่าย ตุลาการ เพื่อเสริมสร้างขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติงาน อันจะเป็นแรงจูงใจให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
3.6 ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าและวิจัยการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน เพื่อเป็น ข้อมูลในการพัฒนาองค์กร
3.7 ส่งเสริมการศึกษาและวิจัยกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของ
ศาลยุติธรรม เพื่อให้การปฏิบัติงานทันสมัย สนองตอบความต้องการของ ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
3.8 ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายและระบบการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของ ศาลยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ประหยัด และเที่ยงธรรม สามารถอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง