|
FAQ (Frequently Asked Questions) คือคำถามที่ได้รับการสอบถามเป็นจำนวนมาก หน่วยงานจึงนำมาแสดงในรูปแบบคำถาม-คำตอบ ที่เป็นที่สนใจ |
|
|
1. ถาม |
เกี่ยวกับขั้นตอนการส่งข้อมูลข่าวสาร |
| ขั้นตอนการส่งข้อมูลข่าวสาร ตามมาตรา 7 (1) (2) (3) ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา | |
| ตอบ | แนวทางปฏิบัติในการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษามีดังนี้ |
|
1.มีหนังสือนำส่งเรื่องไปถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
และลงนามโดยหัวหน้าหน่วยงานระดับกรมหรือเทียบเท่า 2.เอกสารที่ส่งไปประกาศ ให้จัดส่งต้นฉบับหรือสำเนาคู่ฉบับซึ่งปรากฎลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนามในเรื่องนั้น จำนวน 1 ชุด และสำเนาต้นฉบับที่มีข้อความชัดเจน จำนวน 4 ชุด โดยให้จนท. ตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า ลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง และระบุชื่อตำแหน่งให้ชัดเจน 3.การพิมพ์เอกสารให้พิมพ์แนวตั้งเป็นหลัก 4.เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการพิมพ์ และแก้ไขข้อความให้ถูกต้อง จึงให้หน่วยงานที่ส่งประกาศ ส่งแผ่นข้อมูล (disk) ที่บันทึกข้อมูลในลักษณะข้อความ Word มิใช่รูปภาพไปด้วย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ส่วนราชกิจจานุเบกษา สำนักนิติธรรม สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี โทร.02-280-9000 ต่อ 124-6 |
|
| 2. ถาม | เกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการถ่ายสำเนาเอกสาร |
| การกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการถ่ายสำเนาเอกสารข้อมูลข่าวสารของราชการ | |
| ตอบ | เรื่องการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นไปตามมาตรา |
| 9 วรรคสาม กล่าวคือ หากมีกฎหมายใดกำหนดเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมไว้โดยเฉพาะอยู่แล้วก็ให้เป็นไปตามกฎหมายเฉพาะนั้น เช่น การเก็บค่าธรรมเนียมการสำเนาทะเบียนบ้านก็เป็นไปตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร์ หรือการสำเนาโฉนดที่ดินก็เป็นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่หากไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะก็จะเป็นตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ กล่าวคือ หากหน่วยงานใดจะเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าตรวจดู การสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการ หรือการสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการเสียก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงจะเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯได้ออกเกณฑ์กลางขึ้นมาในการเก็บค่าสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ตามประกาศลงวันที่ 7 พฤษภาคม 2542 ซึ่งถือเป็นการเก็บค่าธรรมเนียมที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบไว้แล้ว เช่น การสำเนาข้อมูลด้วยกระดาษขนาด A4 เก็บไม่เกินแผ่นละ 1 บาท หรือค่ารับรองสำเนาถูกต้องเก็บครั้งละไม่เกิน 5 บาท รวมที้งการเก็บค่าธรรมเนียมตามต้นทุนที่แท้จริง นอกจากนี้หากหน่วยงานใดจะเก็บค่าธรรมเนียมก็ต้องขอความเห็นชอบเป็นรายๆไป ในทางปฏิบัติมีบางหน่วยงานให้เอกชนตั้งเครื่องถ่ายเอกสารไว้บริการ นั่นเป็นการบริการของเอกชนซึ่งไม่ถูกผูกพันตามประกาศหรือกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งหน่วยงานของรัฐน่าจะดำเนินการให้เกิดความเหมาะสมในเรื่องนี้ต่อไป | |
| 3. ถาม | เกี่ยวกับใบประมาณราคาก่อสร้าง |
| ในกรณีสอบราคา สามารถเปิดเผยราคาในใบประมาณการราคาก่อสร้างให้แก่ผู้รับเหมาได้หรือไม่ | |
| ตอบ | ปัจจุบันเรื่องการเปิดเผยราคากลางในการก่อสร้างถือว่าต้องเปิดเผยในประการศประกวดราคาหรือ |
| ประกาศสอบราคาได้เลย นอกจากนี้รายละเอียดการคำนวณราคากลางดังกล่าวก็สามารถขอได้ ณ หน่วยงานเจ้าของเรื่องด้วย ทั้งนี้มีมติ ครม.ในเรื่องนี้สั่งการไว้ด้วย | |
|
|
|
| 4. ถาม | เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 9 ของ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ |
|
1.
ตามมาตรา 9(2) ระบุว่า
"นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา
7(4) หมายความว่าให้นำมติคณะรัฐมนตรี นอกเหนือจาก มาตรา
7(4)มาบรรจุไว้ใช่หรือเปล่าหรือหมายความว่าอย่างไร 2. ถ้าจะนำนโยบายของนายก อบต.มาบรรจุไว้ได้หรือเปล่าครับถ้าไม่ได้ให้เก็บไว้ในข้อใดครับ 3. ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนดตาม มาตรา 9(8) มีอะไรบ้างครับขอความอนุเคราะห์ข้อมูลด้วย |
|
| ตอบ | กรณีเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีที่นำลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นไปตามมาตรา 9(7) ซึ่งต้อง |
|
นำลงประกาศฯ สำหรับมาตรา 9(2)
เป็นเรื่องหน่วยงานทางปกครองหรือฝ่ายบริหารกำหนดนโยบายหรือมีการตีความที่เป็นแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับประชาชน
นอกเหนือจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ดำเนินการไปแล้ว กฎหมายจึงกำหนดให้เป็นมาตรา
9(2) ซึ่งข้อมูลตามมาตรา ๙
นี้เป็นข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ประชาชนตรวจดูได้ ณ
ที่ทำการของหน่วยงานเจ้าของเรื่องนั้นๆ สำหรับนโยบายของนายก อบต.ก็สามารถบรรจุเป็นมาตรา 9(2) ได้ครับ ข้อมูลตามมาตรา 9(8) ปัจจุบัน คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ได้กำหนดไว้ 2 ประการ คือ 1) ข้อมูลที่เป็นประกาศประกวดราคาและประกาศสอบราคา ที่ผู้มีอำนาจลงนามแล้วให้นำมาแสดงไว้ให้ตรวจดูได้อย่างน้อย 1 ปี 2) ข้อมูลสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือน ที่กำหนดให้สรุปแสดงตามตารางแบบ สขร.1 ซึ่งเก็บไว้ให้ดูว่า ในรอบเดือนนั้นๆมีการใช้เงินในการจัดซื้อจัดจ้างอะไรบ้าง |
|
| 5. ถาม | เกี่ยวกับการขอดูกระดาษคำตอบและคำเฉลยข้อสอบ |
| ส่วนราชการได้จัดสอบคัดเลือกผู้บริหาร ซึ่งมีผู้เข้าสอบซึ่งคะแนนไม่ผ่านร้อยละ 60 ร้องขอตรวจสอบ 2 ประเด็น คือ (1) ขอดูคะแนนของตนเอง (2) ขอดูเฉลยคำตอบ ซึ่งในประเด็นที่ (1) ส่วนราชการได้ให้เจ้าตัวดูแล้ว ในส่วนประเด็นที่ (2) ยังไม่ได้รับคำตอบ ขอเรียนสอบถามว่าในประเด็นที่ (2) จะสามารถขอดูได้หรือไม่ ส่วนราชการนั้นสามารถสงวนสิทธิได้หรือไม่ | |
| ตอบ | ข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการนั้น ประชาชนมีสิทธิขอดูได้ |
|
แต่อาจมีข้อมูลบางประเภทที่หน่วยงานจะอ้างกฎหมายในการไม่ให้ดู
ซึ่งถือเป็นดุลพินิจของหน่วยงานเจ้าของข้อมูล
ประชาชนอาจเชื่อตามนั้นแล้วไม่ขอต่อ
หรืออาจไม่เชื่อก็จะมีสิทธิอุทธรณ์การปฏิเสธไม่ให้ดูนั้นได้
เมื่อมีการปฏิเสธแล้วจะมีคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
เป็นผู้พิจารณาและมีคำวินิจฉัยว่าให้เปิดเผยหรือไม่ให้เปิดเผยต่อไป สำหรับกรณีที่ขอข้อมูลไป ๒ ประเด็น ประเด็นแรกแจ้งเปิดเผยแล้วแต่ประเด็นที่ ๒ ยังไม่แจ้งนั้น ผู้ขอมีสิทธิร้องเรียนให้หน่วยงานแจ้งผลว่าจะให้ดูหรือไม่ โดยร้องเรียนมายังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เพื่อดำเนินการได้ต่อไปครับ |
|
| 6. ถาม | ข้อมูลส่วนบุคคลและผลการพิจารณาคัดเลือก |
| กรณี นาย ก.
ผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับ ต้องการทราบผลคะแนนของตนเอง
และของบุคคลอื่นๆทั้งหมดที่เข้าร่วมการคัดเลือกในคราวเดียวกัน
ซึ่งหลักเกณฑ์การคัดเลือกดังกล่าว พิจารณาจากผลของการแสดงวิสัยทัศน์
และมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขอื่นๆของคณะกรรมการภายในสำนักงาน ฯ ในการนี้ สำนักงานฯควรดำเนินการอย่างไร จึงจะถูกต้องตาม พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ |
|
| ตอบ | พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 25 ได้กำหนดสิทธิในการรู้ถึงข้อมูลข่าวสาร |
|
ส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนไว้
ดังนั้นเมื่อเจ้าตัวขอดูข้อมูลที่เป็นผลคะแนนของตนเองก็ใช้สิทธิขอดูได้
ซึ่งหน่วยงานของรัฐต้องจัดไว้ให้ตรวจดูได้
หากไม่ให้ดูก็ต้องมีเหตุผลที่สมควรและแจ้งปฏิเสธการเปิดเผยไป
เพื่อให้ใช้สิทธิอุทธรณ์ได้ต่อไป สำหรับการขอดูผลคะแนนของผู้อื่นนั้น
ถือเป็นการดูข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลของคนอื่นซึ่งมาตรา 24
กำหนดเรื่องความยินยอมไว้
โดยต้องมีหนังสือยินยอมมาประกอบคำร้องขอดูดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ดี
หากไม่มีหนังสือยินยอมมาให้
หน่วยงานก็ต้องปฏิเสธการเปิดเผยซึ่งจะทำให้ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์ได้ต่อไป
เคยมีแนวคำวินิจฉัยหากผู้ขอมีส่วนได้เสียกับข้อมูลนั้น เช่น
การสอบแข่งขันที่รับตามจำนวนที่กำหนด กวฉ.จะให้เปิดเผยข้อมูล
แต่หากเป็นการสอบแข่งขันโดยกำหนดเกณฑ์เช่น 60% จึงจะผ่าน อย่างนี้ กวฉ.เห็นว่าเป็นการแข่งขันเฉพาะตัว
ที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้อื่น เป็นต้น สำหรับหลักเกณฑ์หรือข้อมูลที่เป็นเงื่อนไขในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ถือเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่เปิดเผยได้ |
|
| 7. ถาม | ความหมายของคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" |
|
1. ความหมายของคำว่า "หน่วยงานของรัฐ"
ตามมาตรา 4 ของพ.ร.บ. ข่าวสารฯ นี้ หมายความรวมถึงองค์การมหาชน ตามพ.ร.บ.องค์การมหาชน
หรือไม่ เนื่องจาก ตามกฏหมายอื่นๆ ของทางราชการ องค์การมหาชน
มักจะอยู่ในความหมายของคำว่า "หน่วยงานอื่นของรัฐ" แต่สำหรับ พ.ร.บ.
ข้อมูลข่าวสาร นั้น ใช้คำว่า "หน่วยงานอิสระของรัฐและหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฏกระทรวง"
เมื่อตามไปดูกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่
ไม่ปรากฏในเรื่องหน่วยงานอื่น ดังนั้น
องค์การมหาชนอยู่ในข่ายที่จะต้องดำเนินการตาม พ.ร.บ. นี้หรือไม่เพียงใด
เนื่องจากในคู่มือของสำนักงาน ก.พ.ร. กำหนดว่า "ให้องค์การมหาชน
ยึดถือหลักการและแนวทางปฏิบัติที่ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ.ข้อมูลข่าสาร ฯ
ซึ่งหากต้องดำเนินการ จะต้องดำเนินการอย่างไร โปรดแนะนำ 2. เป็นไปได้หรือไม่ เนื่องจาก พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราขการ พ.ศ. 2540 เกิดก่อน พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ. 2546 ซึ่ง ณ ขณะที่ตรากฏหมายยังไม่มีองค์การพันธุ์ใหม่นี้อยู่ในสารระบบหน่วยงานของรัฐ เป็นไปได้หรือไม่ว่า จะปรับปรุงกฏหมายเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ เพราะการตีความให้กับผู้บริหารของสำนักงาน หากข้อความในกฏหมายไม่ชัดเจน ปัญหาสำหรับผู้ปฏิบัติ คือคำตอบว่า ผู้ปฏิบัติตีความไม่ถูกต้องอาจตีความเป็นอย่างอื่นก็ได้ ซึ่งหมายถึงการไม่ต้องปฏิบัติตาม |
|
| ตอบ | หน่วยงานของรัฐตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ นั้นจะให้คำจำกัดความไว้ตาม |
| กฎหมายอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม
กรณีองค์กรมหาชนที่จัดตั้งขึ้นภายหลังจากที่กฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการออกมาใช้บังคับแล้วนั้น
กฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดตั้งหน่วยงานหรือองค์กรดังกล่าวขึ้น
ก็ได้มีการกำหนดอยู่แล้วให้เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งก็ต้องถือปฏิบัติตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการด้วย
นอกจากนี้องค์กรบางองค์กรที่จัดตั้งขึ้นได้มีการกำหนดให้อยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีฯ
ซึ่งก็ถือเป็นราชการส่วนกลาง ในกำกับดูแลของกระทรวงนั้นๆไปด้วย
สำหรับการปฏิบัติตาม
พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นของให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานมาประสานกับทางสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
เพื่อแนะนำการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
เพราะคงต้องทำความเข้าใจในรายละเอียดของการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องด้วย สำหรับประเด็นการปรับแก้ไขกฎหมายนั้นอยู่ในระหว่างการดำเนินการเสนอขอแก้ไขเพื่อความชัดเจนอยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ในการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา |
|
| 8. ถาม | หนังสือร้องขอข้อมูลองค์การบริหารส่วนตำบลของผู้รับเหมา |
| ข้อเท็จจริง
กรณีมีผู้รับเหมาทำหนังสือร้องขอข้อมูลมาที่ อบต. 1
ฉบับโดยหนังสือแจ้งว่าต้องการให้ อบต. ดำเนินการ คือ
ส่งเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือประกวดราคาให้แก่ผู้รับเหมาทราบทุกครั้งที่มีการดำเนินการประกวดราคาหรือจัดซื้อจัดจ้าง
แต่ อบต.ไม่ปฏิบัติตามคำขอโดยแจ้งแก่ผู้รับเหมาให้ทราบว่าการทำหนังสือร้องขอข้อมูลดังกล่าวนั้นต้องทำหนังสือทุกครั้งที่มีการร้องขอเป็นเรื่องๆทุกครั้งไป ถามว่าการไม่ปฏิบัติตามหนังสือคำร้องขอข้อมูลของผู้รับเหมาและแจ้งแก่ผู้รับเหมาข้างต้น อบต. กระทำโดยชอบด้วย กม. หรือไม่ อย่างไร และขอคำแนะนำเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป พร้อมทั้งแนะนำแหล่งหาเอกสารอ้างอิง |
|
| ตอบ | สิทธิประชาชนตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นเรื่องของการเข้าตรวจดู ขอสำเนา |
| หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ
การจะจัดส่งข้อมูลข่าวสารให้ผู้ขอหรือไม่
เป็นเรื่องการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐ
แต่ไม่มีข้อกฎหมายกำหนดให้ต้องกระทำแต่อย่างใด
เว้นแต่เอกสารการสอบราคาที่มีระเบียบว่าด้วยการพัสดุฯ
กำหนดให้ส่งไปยังผู้ประกอบอาชีพรับจ้างให้มากที่สุด
(หน่วยงานจะมีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบอาชีพรับจ้างไว้ ซี่งหากบริษัทหรือผู้รับจ้างในอาชีพนั้นๆจะขอให้ส่งเอกสารสอบราคา
ก็ควรไปแจ้งขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานต่อไป) หน้าที่ที่หน่วยงานต้องปฏิบัติคือ การติดประกาศการประกวดราคาหรือสอบราคา และจัดส่งไปเพือ่เผยแพร่ให้เป็นไปตามระเบียบฯ รวมทั้งการจัดข้อมูลข่าวสารของราชการดังกล่าวไว้ ณ หน่วยงานของรัฐนั้น(เช่น อบต.) เมื่อประชาชนมาตรวจดูก็จะเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้โดยสะดวก กรณีการขอให้ส่ง หากจะส่งให้ก็ไม่ผิดระเบียบหรือกฎหมายใด แต่หากไม่ส่งก็ควรแจ้งตอบกลับให้ผู้รับเหมาทราบว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างให้มาตรวจดูข้อมูลที่เกียวข้อง และให้คอยมาตรวจสอบเป็นระยะๆ เพราะการเขียนถามครั้งเดียวแต่เป็นภาระในการต้องคอยแจ้งตลอดคงไม่ถูกต้อง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการแจ้งซึ่งดังกล่าว ประชาชนควรเข้ามาตรวจดูในเวลาอันสมควรต่อไป |
|