ข่าวประชาสัมพันธ์
ขอเพื่อสู้ต่อไป
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
เรื่องนี้ผมเสนอให้อ่านสำหรับผู้ที่ได้รับคำสั่งลงโทษจากหน่วยงานของรัฐ เพื่อท่านอาจนำข้อมูลข่าวสารไปใช้สิทธิในช่องทางอื่นต่อไป นายนิวได้มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคำให้การของพยานตามเอกสารหมายเลข ๓ และ ๗ ตามที่จังหวัดบึงกาฬระบุเอกสารดังกล่าวไว้ในบันทึกข้อความ ตามคำสั่งจังหวัดบึงกาฬอย่าเพิ่งงงครับ คือหนังสือราชการก็จะเอ่ยถึงเอกสารตัวนั้น ในหนังสือฉบับนี้ ไปปรากฏอยู่ในคำสั่งนู้น อย่างนี้เป็นต้นแล้วเจ้าตัวได้ไปเห็น แต่จังหวัดบึงกาฬมีหนังสือแจ้งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารโดยให้เหตุผลว่า การขอสำเนาเอกสารของนายนิวไม่ใช่กรณีหนึ่งกรณีใดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ นายนิวจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร จังหวัดบึงกาฬส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารไปประกอบการพิจารณา และชี้แจงสรุปว่า นายนิวขอคัดสำเนาข้อมูลข่าวสารเอกสารหมายเลข ๓ และ ๗ ของบันทึกข้อความ ที่ บก ๐๐๑๘.๑/...ซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้ตรวจสอบเอกสารดังกล่าวแล้วพบว่า เป็นเอกสารบันทึกถ้อยคำพยานในชั้นสอบข้อเท็จจริง กรณีข้าราชการฝ่ายปกครองถูกจับคดีอาญา ซึ่งเป็นถ้อยคำพยานบุคคล ๒ คน เป็นบุคคลอื่นมิใช่บันทึกถ้อยคำของนายนิว จึงต้องห้ามมิให้เปิดเผยโดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้นตามมาตรา ๒๔ จึงปฏิเสธไป คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารเอกสารหมายเลข ๓ และ ๗ ตามที่จังหวัดบึงกาฬระบุเอกสารดังกล่าวไว้ในบันทึกข้อความ ที่ บก ๐๐๑๘.๑/...ตามคำสั่งจังหวัดบึงกาฬ ที่ ๑๐๐๓/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ เป็นเอกสารบันทึกถ้อยคำพยานบุคคลจำนวน ๒ คน ซึ่งกรมการปกครองได้สอบข้อเท็จจริงและสอบสวนวินัยเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีคำสั่งลงโทษไล่นายนิวออกจากราชการ การเปิดเผยถ้อยคำพยานตามคำขอ จึงไม่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ตามมาตรา ๑๕ (๒) ทั้งนี้ หน่วยงานอาจใช้ดุลพินิจปกปิดข้อมูลข่าวสารในขอบเขตสิทธิส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ เป็นต้น ซึ่งการเปิดเผยอาจรุกล้ำสิทธิของบุคคลอื่นโดยไม่สมควร ตามมาตรา ๑๕ (๕) จึงวินิจฉัยให้จังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้นายนิว ยกเว้นข้อมูลข่าวสารในขอบเขตสิทธิส่วนบุคคล ให้ปกปิดไว้ แม้การดำเนินการในส่วนของหน่วยงานต้นสังกัดจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่ผู้ได้รับคำสั่งก็ยังมีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารเพื่อไปในขั้นตอนต่อไปตามระเบียบราชการครับ มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ หารือไปได้ครับที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (สค. ๓๗๖/๒๕๖๒) “ข้อมูลโปร่งใส ราชการไทยไร้ทุจริต” อ่านต่อ ...
ขอคะแนนคนไม่ได้รับคัดเลือกได้ไหม ?
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
เดือนนี้เดือนตุลาคมแล้ว ทุกหน่วยงานก็มีตำแหน่งว่าง ก็ต้องคัดเลือกบุคลากรขึ้นมาใหม่ ใครได้ใครไม่ได้ก็ต้องมีกระบวนการ การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการเป็นอย่างไร ไปอ่านครับ นางสาวใบเตย เข้ารับการประเมินบุคคลและผลงานในตำแหน่งนิติกรชำนาญการพิเศษ และตำแหน่งนักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพิเศษ ทั้งสองตำแหน่งมีคนสมัครรวม ๑๓๑ ราย เรียกว่าเก้าอี้สองตัวนี้ต้องได้นั่งตัวใดตัวหนึ่งแน่ แต่ไม่ได้รับการคัดเลือก จึงมีหนังสือถึงกรมสรรพสามิต ขอข้อมูลข่าวสาร ผลคะแนนตามองค์ประกอบการพิจารณาคัดเลือกบุคคล ๕ ข้อ ของผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือก คือไม่เข้ารอบ ขีดเส้นใต้ตรงนี้ครับ ที่คณะกรรมการคัดเลือกบุคคลฯ พิจารณาให้คะแนน เพื่อฟ้องศาลปกครองและกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ ต่อไป แต่กรมสรรพสามิตมีหนังสือแจ้งปฏิเสธการเปิดเผยด้วยเหตุผลว่า เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล การเปิดเผยจะรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควรตามมาตรา ๑๕ (๕) นางสาวใบเตยจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ กรมสรรพสามิตส่งข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและชี้แจงสรุปว่า กรณีการขอทราบผลคะแนนนั้น กรมสรรพสามิตได้แจ้งผลคะแนนองค์ประกอบของนางสาวใบเตย และผู้ได้รับการคัดเลือกตำแหน่งนิติกรชำนาญการพิเศษ รวมทั้งตำแหน่งนักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการพิเศษให้ทราบแล้ว เหลือเพียงผลคะแนนองค์ประกอบของผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกที่ไม่แจ้งให้ทราบ ตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของกรมสรรพสามิตมีมติไม่เปิดเผย ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ส่วนที่นางสาวใบเตยอ้างตัวอย่างคำวินิจฉัย ก็เป็นกรณีที่มีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยผลคะแนนของผู้ขอกับผู้ได้รับการคัดเลือก ไม่ใช่ให้เปิดเผยคะแนนของผู้ไม่ได้รับการคัดเลือก พิจารณาแล้วเห็นว่าการเปิดเผยคะแนนของผู้ไม่ได้รับการคัดเลือก ไม่มีประโยชน์อะไรเลยกับนางสาวใบเตย รวมทั้งไม่ได้รับผลกระทบหรือมีส่วนได้เสียโดยตรงกับเรื่องที่ขอคือคะแนนของผู้ไม่ผ่านการคัดเลือก คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารผลคะแนนตามองค์ประกอบการพิจารณาคัดเลือกบุคคล ๕ ข้อ ของผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกตามที่ได้รับคำขอ เมื่อปรากฏว่ากรมสรรพสามิตได้แจ้งผลคะแนนในแต่ละองค์ประกอบของนางสาวใบเตย และผู้ได้รับการคัดเลือกรวม ๑๓ รายให้ทราบแล้ว ก็แฮปปี้กันไป ส่วนผลคะแนนของผู้ไม่ได้รับการคัดเลือกที่ยังไม่แจ้งให้ทราบ พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นข้อมูลข่าวสารในขอบเขตสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่น การเปิดเผยข้อมูลต่อนางสาวใบเตยซึ่งเป็นบุคคลอื่นโดยที่ผลคะแนนของผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกไม่ทำให้เสียสิทธิแต่อย่างใด การเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควรตามมาตรา ๑๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ การที่กรมสรรพสามิตปฏิเสธจึงถูกต้องแล้ว จึงวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ คือไม่ต้องให้ หวังว่าเรื่องนี้ใช้เป็นแนวทางประกอบการพิจารณาของหน่วยงานได้นะครับ มีข้อสงสัยการปฏิบัติหรือจะใช้สิทธิตามกฎหมายนี้หารือไปได้ครับที่ ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (ที่ สค ๓๗๒/๒๕๖๒) “ข้อมูลโปร่งใส ราชการไทยไร้ทุจริต” อ่านต่อ ...
คนงานไปไหน
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
อยากรู้ว่าคนงานต่างด้าว เข้า – ออก เข้ามากี่คน ออกกี่คน ทำไมเดินกันเต็มไปหมด ข้อมูลแบบนี้ที่สงสัยขอได้หรือไม่ นาย ก. มีหนังสือถึงจัดหางานจังหวัด ขอข้อมูลข่าวสารผลการแจ้งเข้า - ออก แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา และระเบียบการแจ้งเข้า – ออกของสำนักงานจัดหางานจังหวัด แต่สำนักงานจัดหางานจังหวัดปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า เป็นข้อมูลส่วนบุคคล หากจะเปิดเผยต้องได้รับคำยินยอมเป็นหนังสือ กรณีนี้เจ้าของข้อมูลไม่ประสงค์จะให้เปิดเผย นาย ก. จึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ สำนักงานจัดหางานจังหวัด ส่งเอกสารไปประกอบการพิจารณาสรุปว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลของบริษัท ข. มอบอำนาจให้บริษัท นำคนต่างด้าวมาทำงานในประเทศ ก็เป็นไปตามขั้นตอนต่างๆ ต่อมาปริมาณงานลดน้อยลงเสร็จไปแล้วกว่าร้อยละ ๘๐ จึงคัดเหลือไว้เฉพาะแรงงานที่มีฝีมือ บางส่วนไปทำงานอีกโครงการหนึ่ง บางส่วนส่งกลับ โดยบริษัท ข. มีหนังสือชี้แจงเหตุผล ต่อมาบริษัท ข. มีหนังสือไม่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลภายนอก คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารทั้งสองรายการเป็นข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติราชการปกติของหน่วยงานของรัฐ และไม่มีข้อความที่เข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะปฏิเสธไม่เปิดเผยได้ ตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ จึงวินิจฉัยให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้นาย ก. มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หารือไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (สค ๓๑๒/๒๕๖๒) “ข้อมูลโปร่งใส ราชการไทยไร้ทุจริต” อ่านต่อ ...
เดือดร้อนเพราะเพื่อนบ้าน
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
ผมได้รับโทรศัพท์หารือการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารอย่างนี้ จากเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่เรื่อยๆ ครับ ก็อาศัยแนวพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้คำแนะนำไปเป็นการช่วยกันทำงานเพื่อประชาชนเหมือนกัน นายชมชอบได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างอาคาร ๓ ชั้น เพื่อให้เช่าข้างที่ดินและบ้านพักของตัวเอง โดยก่อสร้างซะจนชิดเหลือเกิน จึงร้องเรียนต่อสำนักงานเขตพบการกระทำผิดจริง สำนักงานเขตฯ จึงออกคำสั่งตามกฎหมาย แต่ก็ยังก่อสร้างจนเสร็จ นายชมชอบจึงมีหนังสือขอถ่ายสำเนาเอกสารแบบแปลนของอาคารดังกล่าว และขอทราบผลคดีเพื่อดำเนินคดีด้วยตัวเอง และมีหนังสือทวงถามอีก ๒ ครั้ง ต่อมาสำนักงานเขตมีหนังสือแจ้งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแบบแปลนการก่อสร้างอาคาร ส่วนเรื่องการดำเนินการเรื่องที่ร้องเรียน ได้ออกคำสั่งระงับการก่อสร้างและห้ามเข้าใช้อาคาร และแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนแล้ว นายชมชอบจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สำนักงานเขตฯ มีหนังสือส่งเอกสารไปประกอบ การพิจารณาและชี้แจงเพิ่มเติมสรุปว่า เมื่อได้รับหนังสือคำขอข้อมูลข่าวสารของนายชมชอบสำนักงานเขตฯ ได้มีหนังสือไปถึงเจ้าของอาคารว่าท่านถูกร้องเรียนเรื่องก่อสร้างอาคาร แล้วเขาจะขอสำเนาเอกสารเกี่ยวกับการก่อสร้าง จะอนุญาตหรือไม่ให้ตอบมา ต่อมาบุตรสาวของเจ้าของอาคารมีหนังสือแจ้งไม่ยินยอมให้เปิดเผย จนผ่านไปกว่า ๔ เดือน นายชมชอบมีหนังสือทวงถาม สุดท้ายสำนักงานเขตฯ มีหนังสือตอบว่าคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของสำนักงานเขตฯ มีมติไม่เปิดเผยข้อมูลแบบแปลนก่อสร้างอาคารด้านข้างบ้านพักอาศัยของนายชมชอบ ตามมาตรา ๒๓ และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ส่วนกรณีขอทราบ การดำเนินการเรื่องที่ร้องเรียน ได้ตอบชี้แจงไปแล้ว รวมทั้งตอบในแอปฯ อัศวินคลายทุกข์ด้วย คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาแล้วเห็นว่า แบบแปลนการขออนุญาตก่อสร้างอาคารที่ใช้เป็นแบบแปลนในการก่อสร้างอาคารข้างบ้านพักอาศัยของนายชมชอบ โดยเอกสารดังกล่าว เป็นเอกสารที่ผู้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารต้องยื่นประกอบการขออนุญาตอยู่แล้ว จึงเป็นข้อมูลข่าวสารของเอกชนที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา ๔ โดยมิใช่ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่ต้องขอความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูล แต่เป็นข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติราชการปกติของหน่วยงานของรัฐ ในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาตให้ก่อสร้างตามอำนาจหน้าที่ และเมื่อนายชมชอบได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างอาคารตามแบบแปลนดังกล่าว ซึ่งอยู่ติดกับบ้านตัวเอง จึงสมควรได้รับทราบข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้ปกป้องส่วนได้เสียของตน จึงวินิจฉัยให้สำนักงานเขตฯ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้นายชมชอบ เรื่องนี้ขอให้เก็บไว้ที่กองช่างไว้ใช้เป็นแนวปฏิบัติได้เลยนะครับ และจำความเห็นของคณะกรรมการวินิจฉัยไว้ด้วย ไว้เรียนผู้บริหารว่าเพราะอะไรจึงเปิดเผยให้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ หารือไปได้นะครับที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (ที่ สค ๓๗๗/๒๕๖๒)“เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” อ่านต่อ ...
ผมได้ทุนมหาวิทยาลัย แต่ใครเบิก
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562
มหาวิทยาลัยได้ให้ทุนเรียนต่อแก่บุคลากร ความมาแตกตอนที่ผู้รับทุนขอลาออก ปรากฏว่าเขาได้รับเงินไปเพียงครั้งเดียว ใครคือผู้รับผิดชอบ ใครคือผู้ใช้สิทธิตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ คุณวันใหม่มีหนังสือถึงมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ขอข้อมูลการเบิกจ่ายทุนการศึกษา จำนวน ๗ รายการ เช่น สัญญาทุน และเอกสารที่นายขยัน เบิกจากนางสาวแพรว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการเบิกจ่าย สมุดฎีกาเบิกจ่าย วาระการประชุม/อนุมัติทุน บันทึกถ้อยคำผู้ให้ข้อมูล แต่มหาวิทยาลัยปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเอกสารที่ขอมิได้เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๔, ๙, ๑๒, ๑๓ และมาตรา ๒๕ คุณวันใหม่จึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ มหาวิทยาลัยฯ ส่งเอกสารไปประกอบการพิจารณาและชี้แจงประมาณว่า นายขยันได้ทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน ต่อมาได้ขอลาออก มหาวิทยาลัยจึงตรวจสอบการเบิกจ่ายทุนการศึกษา ซึ่งนายขยันมีภาระผูกพันตามสัญญารับทุน ต้องชดใช้ทุนก่อน เป็นเงินประมาณ ๑,๖๒๒,๕๔๖ บาท ต่อมาเมื่อนายขยันทราบว่าตนเองเป็นหนี้ขนาดนั้น จึงตรวจสอบบัญชีของตนเองและขอหลักฐานจากธนาคารเพื่อโต้แย้งจำนวนเงินดังกล่าว เนื่องจากตนเองได้รับโอนเงินไปเพียงครั้งเดียวเป็นเงิน ๒๑,๖๑๗ บาท จึงไปลงบันทึกประจำวันพร้อมสำเนาเอกสารของธนาคารที่มีลายมือชื่อของคุณวันใหม่เป็นผู้นำฝาก เรื่องนี้จริงหรือไม่ ได้รู้กัน มหาวิทยาลัยจึงตรวจสอบบัญชีของมหาวิทยาลัยช่วงที่นายขยันลาศึกษาต่อ พบว่าคุณวันใหม่เป็นเจ้าหน้าที่เบิกจ่ายทุนการศึกษาให้ผู้ลาศึกษาต่อ รวมทั้งนายขยันด้วย ปัจจุบันคุณวันใหม่ลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว สาวต่อไปพบว่ามีเช็ค ๓ ฉบับที่ไปไม่ถึงนายขยัน แต่มีบุคคลซึ่งมีเลขประจำตัวประชาชนไปทำธุรกรรมการเงินคือคุณวันใหม่ นำเช็ค ๓ ฉบับเบิกเงินสดด้วยตนเองจริง มหาวิทยาลัยจึงไปแจ้งความดำเนินคดีอาญา คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์ทั้ง ๗ รายการ เป็นข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติราชการปกติของหน่วยงานของรัฐ ไม่มีข้อความที่เข้าลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๕ ที่จะปฏิเสธไม่เปิดเผยได้ ประกอบกับคุณวันใหม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียเพราะถูกกล่าวหาว่าทุจริต และถูกดำเนินคดีอาญา สมควรได้รับข้อมูลข่าวสารเพื่อการต่อสู้คดีชั้นศาลต่อไป แต่ข้อมูลข่าวสารในรายการที่ ๑ สัญญาทุนและเอกสารที่นายขยัน เบิกจากนางสาวแพรว เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบการเบิกจ่าย มีเอกสารประกอบสัญญาที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏอยู่ด้วย จึงวินิจฉัยให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้คุณวันใหม่ เว้นแต่สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลข่าวสารรายการที่ ๑ ให้ปกปิดไว้ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หารือไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (สค ๓๖๘/๒๕๖๒) “ข้อมูลโปร่งใส เชื่อใจ ไร้ทุจริต” อ่านต่อ ...
... อ่านทั้งหมด