ข่าวประชาสัมพันธ์
การบริหารจัดการความเสี่ยง
วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2566
พี่น้องชาว ทช. หลายท่านอาจจะทราบแล้วว่า "การบริหารจัดการความเสียง"นั้นเป็นอย่างไร แต่มีบางท่านยังไม่ทราบถึงที่มาและความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยง อ่านต่อ ...
ขอแก้ไขรายการทะเบียนบ้าน
วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง เจ้าของข้อมูลขอแก้ไขให้ถูกต้องได้ หากหน่วยงาน ไม่ยอมแก้ไข ก็สามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้ แต่กรณีขอแก้ไขรายการเข้า-ออกในทะเบียนบ้าน จะเป็นการขอแก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลหรือไม่ มาติดตามกันครับ นาย ก ขอให้สำนักทะเบียนท้องถิ่น A แก้ไขรายการทะเบียนบ้านเลขที่ B โดยขอแก้ไขรายการย้ายเข้า ย้ายออกของนาย ก ให้ถูกต้องตามความเป็นจริง สำนักทะเบียนท้องถิ่น A แจ้งนาย ก ว่าให้นาย ก ไปดำเนินการขอย้ายชื่อออกจากทะเบียนกลางและย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านที่อาศัยอยู่จริงให้เป็นที่เรียบร้อยก่อน จึงจะสามารถทำบัตรประชาชนได้ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๘๙ วรรคสอง พร้อมแจ้งว่า นาย ก ไม่สามารถย้ายเข้าบ้านเลขที่ ได้เนื่องจาก บ้านเลขที่ B ได้ถูกจำหน่ายจากรายการบ้าน จึงไม่มีบ้านเลขที่ดังกล่าวในสารบบทะเบียนราษฎรอีกต่อไป ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม นาย ก จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ การทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับการย้ายที่อยู่ของบุคคล มิใช่กรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับผู้อุทธรณ์ให้ตรงตามคำขอ อันจะก่อให้เกิดสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการฯ ดังนั้น จึงขาดองค์ประกอบการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร ของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งคณะกรรมการฯ ไม่มีอำนาจที่จะรับไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบอุทธรณ์ มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หารือไปที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๗ / ๐๙ ๒๒๕๐ ๐๕๘๙ (www.oic.go.th) (wattanapong.k@opm.go.th) คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและ การบังคับใช้กฎหมาย (ที่ สค ๔๑/๒๕๖๕) นายวรรธนพงศ์ คำดี ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและเผยแพร่สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อ่านต่อ ...
ข้อมูลการรังวัดที่ดิน
วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566
เรื่องนี้เป็นกรณีมีข้อพิพาทเกี่ยวกับแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ หน่วยงานของรัฐจึงมีการรังวัดแนวเขตดังกล่าว ผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงขอข้อมูลข่าวสารการรังวัดที่ดินนั้น เพื่อนำไปใช้ปกป้องสิทธิ ของตัวเอง มาดูว่าจะเปิดเผยข้อมูลนั้นได้หรือไม่ มีกรณีข้อร้องเรียน/ข้อพิพาทจากประชาชนในท้องที่ตำบล A เกี่ยวกับแนวเขตลำเหมืองสาธารณประโยชน์ เทศบาลตำบล A จึงได้รังวัดที่ดินแนวเขตลำเหมืองสาธารณประโยชน์ดังกล่าว แต่ไม่สามารถยุติข้อพิพาทได้ เทศบาลตำบล A จึงร้องขอให้สำนักงานที่ดิน B รังวัดที่ดินดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง นาย ก จึงขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการรังวัดที่ดินดังกล่าว ๒ รายการคือ หนังสือแจ้งผลการรังวัดที่ดินเขตติดต่อบ้านของนาย ก และสำเนาแผนที่ระวางเขตเหมืองสาธารณประโยชน์ เทศบาลตำบล A ปฏิเสธ การเปิดเผยโดยให้เหตุผลว่า การรังวัดที่ดินดังกล่าวยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากเทศบาลฯ มีการร้องขอให้สำนักงานที่ดิน B รังวัดที่ดินดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในระหว่างที่ข้อมูลยังไม่ยุติจะทำให้ การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ตามมาตรา ๑๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ นาย ก จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัย การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย วินิจฉัยสรุปว่า ข้อมูลข่าวสารทั้ง ๒ รายการ เป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการรังวัดที่ดินเหมืองสาธารณประโยชน์ ซึ่งยังดำเนินการไม่เสร็จสิ้น การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในขณะนี้จะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ตามมาตรา ๑๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น การที่เทศบาลตำบล A ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจึงชอบแล้ว จึงวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หารือไปที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๗ / ๐๙ ๒๒๕๐ ๐๕๘๙ (www.oic.go.th) (wattanapong.k@opm.go.th) คำวินิจฉัยคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย (ที่ สค ๕๖๗/๒๕๖๕) นายวรรธนพงศ์ คำดี ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและเผยแพร่สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อ่านต่อ ...
ข้อมูลของสมาคม
วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566
เรื่องนี้เป็นกรณีการขอตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของสมาคม ซึ่งจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาดูว่า สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ นาย ก มีหนังสือถึงเทศบาลเมือง A ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับหลักฐานการเบิกจ่าย ใช้จ่าย โครงการต่างๆ ของสมาคม B ซึ่งเทศบาลเมือง A จ่ายเงินอุดหนุนให้ทุกปี เทศบาลเมือง A ปฏิเสธการเปิดเผยโดยให้เหตุผลว่า เทศบาลได้ประสานกับสมาคม B แล้ว ได้รับแจ้งว่า สมาคม B อยู่ภายใต้การควบคุมดูแล ของสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยที่จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าวได้ นาย ก จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดิน และการบังคับใช้กฎหมาย พิจารณาสรุปว่า ข้อมูลข่าวสารตามคำขอจัดเก็บไว้ที่เทศบาลเมือง A ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ แต่เป็นการจัดเก็บในนามสมาคม B ซึ่งมีนายกเทศมนตรีเมือง A เป็นประธานสมาคม B โดยสมาคม B อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิใช่หน่วยงานของรัฐ ตามคำนิยามในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนั้น ข้อมูลข่าวสารของสมาคมสันนิบาตแห่งประเทศไทยที่จัดเก็บไว้ที่เทศบาลเมือง A ในนามของเอกสารของประธานสมาคม B จึงมิใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการ ไม่อยู่ในอำนาจที่คณะกรรมการฯ จะรับไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบอุทธรณ์ มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หารือไปที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๗ / ๐๙ ๒๒๕๐ ๐๕๘๙ (www.oic.go.th) (wattanapong.k@opm.go.th) คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย (ที่ สค ๔๘/๒๕๖๕) นายวรรธนพงศ์ คำดี ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและเผยแพร่สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อ่านต่อ ...
ข้อมูลคำร้องขอออกหมายจับ
วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566
เรื่องนี้เป็นการขอข้อมูลข่าวสารต่อศาล ซึ่งหากเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี ก็จะไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ มาติดตามครับ นาย ก มีข้อสงสัยในพิรุธของพนักงานตำรวจในการออกหมายเรียกและขอออกหมายจับนาย ก กับพวก ว่าจะมีการกลั่นแกล้ง ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อเท็จจริงในการขอออกหมายจับ จึงมีหนังสือถึงศาลจังหวัด A ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคำขอออกหมายจับนาย ก กับพวก เอกสารทั้งหมดที่พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องประกอบคำขอออกหมายจับ ศาลจังหวัด A เปิดเผยคำขอให้นาย ก ทราบ แต่ปฏิเสธการเปิดเผยเอกสารในสำนวนเนื่องจากนาย ก อาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้ การเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ตามมาตรา ๑๕ (๒) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ นาย ก จึงอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาการแพทย์และสาธารณสุข พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์ศาลจังหวัด A พิจารณาว่าเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารในสำนวนคดีเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดียังไม่แล้วเสร็จ เข้าลักษณะเป็นข้อมูลข่าวสารของศาลเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี จึงไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐตามนัยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งคณะกรรมการฯ ไม่มีอำนาจที่จะรับไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบอุทธรณ์ มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ หารือไปที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โทร ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๗ / ๐๙ ๒๒๕๐ ๐๕๘๙ (www.oic.go.th) (wattanapong.k@opm.go.th) คำสั่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย (ที่ สค ๔๕/๒๕๖๕) นายวรรธนพงศ์ คำดี ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมและเผยแพร่สิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อ่านต่อ ...
... อ่านทั้งหมด