ข่าวประชาสัมพันธ์
ขอหลักฐานการกาบัตร
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เพิ่งผ่านการเลือกตั้งไปใหม่ๆ ในสภายังมีเสียงเรื่องความไม่เหมาะสมและขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นั่นเป็นเรื่องของสนามใหญ่ แล้วการเลือกตั้งในสนามเล็ก จะมีบรรยากาศแบบเดียวกันหรือไม่ เชิญอ่านครับ ผู้ใหญ่เขียวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดระนอง มีหนังสือถึงสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดระนอง แจ้งเหตุน่าสงสัยว่าผู้ใหญ่ขาวผู้ชนะการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เป็นการขาดคุณสมบัติของผู้รับสมัครเลือกตั้งตามกฎหมาย จึงขอให้สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดระนอง เปิดลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และลายมือชื่อบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของผู้ใหญ่ขาวต่อหน้าผู้ใหญ่เขียว และพยาน เพื่อตรวจสอบและดำเนินการในฐานะผู้มีส่วนได้เสีย แต่สำนักงาน กกต. แจ้งผู้ใหญ่เขียวว่าไม่อนุญาตให้สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดระนอง เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว ผู้ใหญ่เขียวจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สำนักงาน กกต .มีหนังสือส่งเอกสารไปประกอบ การพิจารณาและชี้แจงสรุปได้ว่า สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดระนอง แจ้งเรื่องผู้ใหญ่เขียวขอข้อมูลข่าวสารไปให้พิจารณาตามที่เห็นว่าเป็นอำนาจของสำนักงาน กกต. ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ได้เป็นการขอข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเอง จึงไม่อนุญาตให้สำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดระนอง เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอของผู้ใหญ่เขียว คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาเห็นว่า ลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และลายมือชื่อบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของผู้ใหญ่ขาว ในการไปใช้สิทธิเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2557 เป็นข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของสำนักงาน กกต. ในการจัดการเลือกตั้ง ประกอบกับการขอข้อมูลข่าวสารของราชการนั้น บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้อง หรือไม่ก็ตาม ก็มีสิทธิตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง แต่เมื่อข้อมูลข่าวสารที่ขอมีลักษณะเป็นข้อมูลข่าวสารในขอบเขตสิทธิส่วนบุคคลของคนอื่น การเข้าถึงต้องมีเหตุผลเพียงพอ เมื่อผู้ใหญ่เขียวเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้าน โดยสงสัยว่าผู้ใหญ่ขาวขาดคุณสมบัติ จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง และต้องการตรวจสอบความถูกต้อง การเปิดเผยจะทำให้มีการตรวจสอบความถูกต้อง ในการดำเนินการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน และแสดงความโปร่งใสตรวจสอบได้ ตลอดจนให้ผู้ใหญ่เขียวหมดข้อสงสัยในการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานของรัฐ ดังนั้น แม้การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจะล่วงล้ำก้ำเกินใครไปบ้าง ตามมาตรา 15 (5) แต่เมื่อพิจารณาถึงการปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่าลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และลายมือชื่อบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของผู้ใหญ่ขาวเปิดเผยได้ จึงวินิจฉัยให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยลายมือชื่อ ในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และลายมือชื่อบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของผู้ใหญ่ขาว โดยให้ผู้ใหญ่เขียวเข้าตรวจดูต่อหน้าพยาน หมายความว่า ให้เข้าไปเปิดดูได้แต่ไม่ต้องถ่ายสำเนาเอกสารให้ และไม่ให้ใช้โทรศัพท์หรือกล้องถ่ายภาพ ถ่ายภาพเอกสารเอากลับไป มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามกฎหมายนี้ หารือไปได้ครับที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (ที่ สค 238/๒๕๖๒) “ไม่ได้ข้อมูลที่ขอ บอก สขร. นะครับ” อ่านต่อ ...
เขาพูดว่าอย่างไร
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ แล้วก็ไม่หยุดที่จะไปหาหลักฐานเพิ่มเติม และต้องการทราบว่า พยานให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าอย่างไร คำให้การนี้ให้ได้หรือไม่ ไปสถานีตำรวจกับผมครับ นายเสาะหาได้ร้องเรียนไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้เร่งรัดสอบปากคำนายสาเหตุโดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่ ซึ่งสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ตรวจสอบแล้วไม่พบหลักฐานใหม่ที่สำคัญในคดี ส่วนพยานหลักฐานที่นายเสาะหากล่าวอ้างไม่ใช่พยานหลักฐานในคดีแต่อย่างใด จึงเห็นควรยุติเรื่อง และแจ้งให้นายเสาะหาทราบแล้ว นายเสาะหาจึงมีหนังสือถึงสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ขอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับบันทึกคำให้การของนายสาเหตุเพื่อดำเนินคดีต่อไป แต่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ปฏิเสธการเปิดเผยด้วยเหตุผลอย่างละเอียดว่า การเปิดเผยจะกระทบต่อสิทธิของบุคคลภายนอกคือนายสาเหตุ และการเปิดเผยอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ตามาตรา 15 (2) นายเสาะหาจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม มีหนังสือส่งเอกสารไปประกอบการพิจารณาและชี้แจงเหตุผลในการปฏิเสธไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในประเด็นเดียวกับที่ได้แจ้งตอบนายเสาะหาไปแล้ว คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาแล้วเห็นว่า บันทึกคำให้การของนายสาเหตุ สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ชี้แจงว่าได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบปากคำนายสาเหตุเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งบันทึกปากคำไว้เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 และแจ้งให้นายเสาะหาทราบว่ายังไม่พบพยานหลักฐานใหม่ที่สำคัญในคดี จึงยุติเรื่อง ดังนั้น การเปิดเผยบันทึกคำ ให้การดังกล่าว จึงไม่ทำให้การสอบปากคำและการตรวจสอบข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวนเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ได้ ตามมาตรา 15 (2) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ประกอบกับนายเสาะหาเป็นผู้ร้องเรียนขอให้สอบปากคำนายสาเหตุ จึงควรได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวเพื่อประโยชน์ต่อการตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ดำเนินการ ตามกฎหมายหรือไม่ การเปิดเผยจะแสดงความถูกต้องโปร่งใสและตรวจสอบได้ของสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เมื่อพิจารณาถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า บันทึกคำให้การของนายสาเหตุ เปิดเผยให้ทราบได้ จึงวินิจฉัยให้สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม เปิดเผยข้อมูลข่าวสารบันทึกคำให้การของนายสาเหตุ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง เว้นแต่ หมายเลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อบิดา มารดา ลายมือชื่อของนายสาเหตุให้ปกปิดไว้ เพราะยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่นายเสาะหาจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของบุคคลและข้อมูลข่าวสารในขอบเขตสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่นได้ การเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร ตามมาตรา 15 (5) สรุปว่า ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในมือพนักงานสอบสวนที่ขอสำเนาได้ยากนั้น ถ้ามีเหตุผลเพียงพอและไม่กระทบกับคดีแล้วก็มีโอกาสได้ข้อมูลนั้นครับ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายฉบับนี้ หารือไปได้นะครับที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 0 2283 4678 www.oic.go.th (ที่ สค 220/2562) อ่านต่อ ...
ผมทำให้เพื่อนบ้านเดือดร้อนยังไง ?
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เป็นเรื่องที่ผมทำความเดือดร้อนให้เพื่อนบ้านแล้วถูกร้องเรียน ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ขอข้อมูลเรื่องที่ถูกร้องเรียน จะได้หรือไม่ ไปอ่านครับ นายน้อยเป็นผู้พักอาศัยในบ้านพักสวัสดิการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถูกร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนรำคาญในที่พักอาศัย ต่อมาได้ทราบว่าการสอบสวนเรื่องดังกล่าวยุติแล้วจึงมีหนังสือถึงกองสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอสำเนาคำสั่งยุติเรื่องพร้อมสำนวนทั้งหมดเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป แต่ฝ่ายสวัสดิการปฏิเสธการเปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาเห็นควรไม่ส่งข้อมูลข่าวสารการยุติเรื่องดังกล่าวให้ นายน้อยจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ ฝายสวัสดิการบ้านพัก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหนังสือส่งข้อมูลข่าวสารรวม 6 รายการ ไปประกอบการพิจารณา แต่ไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม คณะกรรมการวินิจฉัยฯ จึงเชิญนายน้อยและหน่วยงานไปชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งนายน้อยชี้แจงว่า ตนเองพักอาศัยอยู่บ้านพักตำรวจ ถูกร้องเรียนเรื่องสร้างความเดือดร้อนรำคาญในที่พักอาศัย โดยประเด็นดังกล่าว บางเรื่องอยู่ระหว่างฟ้องคดีต่อศาล จึงได้ขอถ่ายสำเนาเอกสารหนังสือร้องเรียนจากศาล โดยมีผู้ร้องเรียนจำนวน 32 คน และทราบว่าเรื่องยุติแล้วจึงขอสำเนาเอกสารข้างต้นทั้งหมด ส่วนผู้แทนฝ่ายสวัสดิการบ้านพักชี้แจงว่า ที่ปฏิเสธการเปิดเผยเนื่องจากอาจกระทบต่อคู่กรณี ประกอบกับผู้ร้องเรียนมีหนังสือคัดค้านการเปิดเผยจำนวน 6 ราย และผู้บังคับบัญชามีคำสั่งไม่ส่งข้อมูลข่าวสารให้นายน้อยโดยในส่วนของคำสั่งยุติเรื่องพร้อมสำนวนการสอบสวนเรื่องร้องเรียน เป็นการสอบข้อเท็จจริงที่ได้เรียกผู้ร้องเรียนทั้งหมดไปสอบปากคำสอบถามข้อเท็จจริง รวมทั้งนายน้อยด้วยและชี้แจงระเบียบการพักอาศัยให้นายน้อยปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งนายน้อยได้รับทราบแล้ว คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารคำสั่งยุติเรื่อง และสำนวนการสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด การดำเนินการสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวเสร็จสิ้นเป็นที่ยุติแล้วโดยหน่วยงานได้เรียกผู้เกี่ยวข้องไปสอบปากคำ ชี้แจงระเบียบปฏิบัติให้ทราบ โดยไม่มีการลงโทษ การที่นายน้อยเป็นผู้ถูกร้องเรียนโดยตรงสมควรได้รับทราบข้อมูลคำสั่งยุติเรื่องและสำนวนการสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว แต่ในส่วนของชื่อผู้ร้องเรียน หมายเลขห้องพัก หมายเลขอาคาร ที่ปรากฏในสำนวนการสอบข้อเท็จจริงนั้นการเปิดเผยจะทำให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ร้องเรียน ต่อไปจะไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลการกระทำผิดแก่เจ้าหน้าที่เพราะเกรงว่าจะได้รับอันตรายหรือได้รับความเสียหายจากการร้องเรียน และการเปิดเผยอาจจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ ตามมาตรา 15 (2) พิจารณาแล้วจึงวินิจฉัยให้ฝ่ายสวัสดิการบ้านพัก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยคำสั่งยุติเรื่องและสำนวนการสอบข้อเท็จจริงกรณีมีผู้ร้องเรียนนายน้อยพร้อมให้สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง เว้นแต่ชื่อผู้ร้องเรียน หมายเลขห้องพัก หมายเลขอาคาร ให้ปกปิดไว้ ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเพื่อนบ้าน สามารถร้องเรียนต่อหน่วยงานให้ดูแล และยังได้รับความคุ้มครองอีกด้วย มีข้อสงสัยการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 หารือไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (ที่ สค 235/๒๕๖๒) “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” อ่านต่อ ...
เศร้าจังพี่ ดีไม่พอ
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
เรื่องนี้ผู้อุทธรณ์ไม่ผ่านการพิจารณาเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น แต่เมื่อรู้ว่ามีกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการแล้ว จะใช้สิทธิตามกฎหมายนี้แก้ข้อสงสัยของตนเองได้อย่างไร นายคาดหวังมีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอข้อมูลข่าวสารคะแนนการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 3 รายการ คือ 1) คะแนนรายบุคคลของคณะกรรมการแต่ละคนที่พิจารณาผลงานของนายคาดหวัง 2) คะแนนรายบุคคลของคณะกรรมการแต่ละคนที่พิจารณาผลงานของผู้ได้รับการคัดเลือกในกลุ่มที่ 2 และ 3) ผลงานของผู้ได้รับการคัดเลือกในกลุ่มที่ 2 คำขอชัดเจนครับ แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีหนังสือแจ้งปฏิเสธว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล นายคาดหวังจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร จังหวัดนครศรีธรรมราชมีหนังสือส่งสำเนาข้อมูลข่าวสารไปประกอบการพิจารณาและชี้แจงสรุปว่า ได้คัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี พ.ศ. 2561 ตามที่คณะอนุกรรมการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2561 มอบหมาย และดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และคู่มือการคัดเลือกทุกประการตามขั้นตอนทั้ง 4 ขั้นตอน โดยสรุปคือ จังหวัดแจ้งให้ทุกส่วนราชการคัดเลือกข้าราชการซึ่งคัดเลือกมาได้ 15 คน ส่งให้จังหวัด จังหวัดก็เชิญคณะอนุกรรมการฯ และผู้ได้รับการคัดเลือกทั้ง 15 คน ไปเสนอผลงานและวิสัยทัศน์ คณะอนุกรรมการฯ ก็พิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั้งเรื่องการนำเสนอ บุคลิกภาพ การครองตน ครองคน ครองงาน และผลงานเป็นที่ประจักษ์ แล้วแจ้งผลการคัดเลือกให้ผู้เข้ารับการคัดเลือก และกระทรวงศึกษาธิการทราบ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารตามที่นายคาดหวังมีคำขอทั้ง 3 รายการ เป็นข้อมูลข่าวสารในการปฏิบัติราชการปกติของหน่วยงานของรัฐ ที่แสดงผลงานและคะแนนรายบุคคลของคณะกรรมการแต่ละคน ที่พิจารณาผลงานของผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2561 การเปิดเผยจะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการคัดเลือกข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2561 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อพิจารณาถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่าข้อมูลข่าวสารทั้ง 3 รายการเปิดเผยได้ยกเว้นแบบประวัติบุคคลของบุคคลอื่น จึงวินิจฉัยให้จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามคำขอพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้นายคาดหวัง ยกเว้นแบบประวัติบุคคลของบุคคลอื่น เพราะการเปิดเผยอาจเป็นการรุกล้ำสิทธิของบุคคลอื่นโดยไม่สมควร ตามมาตรา 15 (5) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ไม่เป็นไรครับ ข้าราชการ คือผู้ที่ทำงานให้ประชาชนชื่นใจ ถ้าประชาชนพอใจกับการทำงานในหน้าที่ของท่าน นั่นคือรางวัลครับ ปีหน้าว่ากันใหม่ มีข้อสงสัยการปฏิบัติหรือจะใช้สิทธิตามกฎหมายนี้หารือไปได้ครับที่ ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th (ที่ สค 210/๒๕๖๒) “ข้อมูลโปร่งใส ราชการไทยไร้ทุจริต” อ่านต่อ ...
อยากรู้ผลงบการเงิน
วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562
อ่านเลยครับเรื่องนี้ จะได้ทราบว่าประชาชนทั่วไป เขามีสิทธิรับรู้ข้อมูลการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานใหญ่ๆ ได้ชนิดที่เรียกว่าเดินเกาะหลังท่านเลย นายเฝ้าดูได้มีหนังสือถึงเทศบาลเมืองต้นเปา ขอข้อมูลข่าวสารข้อสังเกตจากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่ได้ตรวจสอบงบการเงินเทศบาลเมืองต้นเปา ประจำปีงบประมาณ 2560 แต่เทศบาลเมืองต้นเปาแจ้งปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารว่า เป็นหนังสือลับ และเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 (3) คือเป็นความเห็นหรือคำแนะนำภายในหน่วยงานของรัฐ และตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของราชการ พ.ศ. 2544 ด้วย นายเฝ้าดูจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ เทศบาลเมืองต้นเปา มีหนังสือส่งข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและชี้แจ้งตาม ที่ได้แจ้งนายเฝ้าดูไปแล้ว โดยเพิ่มเติมว่าเอกสารดังกล่าวได้ประทับ “ลับ” ไว้ ซึ่งนายเฝ้าดูยื่นขอเอกสารแต่ไม่ระบุวัตถุประสงค์ว่า เมื่อขอไปแล้วจะเป็นประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องอย่างไร เทศบาลเมืองต้นเปาจึงมีความเห็นว่าไม่จำเป็นที่จะอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารตามที่นายเฝ้าดูมีคำขอเป็นข้อมูลข่าวสาร ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการงบประมาณ รวมถึงการบริหารพัสดุของเทศบาลเมืองต้นเปา รายงานข้อสังเกตจากการตรวจสอบโดยแสดงความเห็นหรือข้อเสนอแนะในการปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อดำเนินการตามข้อสังเกต เป็นข้อมูลข่าวสาร การปฏิบัติราชการตามกฎหมายของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ในความครอบครองของเทศบาลเมืองต้นเปา ซึ่งเป็นหน่วยรับตรวจ แม้จะกำหนดชั้นความลับก็ไม่ตัดอำนาจของคณะกรรมการวินิจฉัยฯ ในการพิจารณาเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้ และแม้นายเฝ้าดูจะไม่ระบุวัตถุประสงค์ในการขอ แต่เมื่อคำขอนั้นระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามสมควรตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 นายเฝ้าดูจึงมีสิทธิขอข้อมูลข่าวสารได้ การเปิดเผยจะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและตรวจสอบได้ของหน่วยงานของรัฐ และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการ ต้องเป็นไปโดยซื่อสัตย์สุจริต เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนทั้งในระดับประเทศและท้องถิ่น ประกอบกับข้อมูลข่าวสารดังกล่าวไม่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใดที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยได้ตามมาตรา 15 จึงวินิจฉัยให้เทศบาลเมืองต้นเปาเปิดเผยข้อมูลข่าวสารข้อสังเกตจากการตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ตรวจสอบงบการเงินเทศบาลเมืองต้นเปา ประจำปีงบประมาณ 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 – วันที่ 30 กันยายน 2560 พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้นายเฝ้าดู หน่วยงานของรัฐทุกแห่งดูไว้เป็นแนวปฏิบัติได้ครับ เพราะเดี๋ยวสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินก็ไปตรวจสอบและให้คำแนะนำท่าน จะได้มีตัวอย่างไว้อ้างอิงและง่ายต่อการพิจารณาเมื่อได้รับคำขอข้อมูลข่าวสารแบบนี้จากประชาชน มีข้อสงสัยการปฏิบัติหรือจะใช้สิทธิตามกฎหมายนี้หารือไปได้ครับที่ 0 2283 4678 www.oic.go.th (ที่ สค 230/2562) อ่านต่อ ...
... อ่านทั้งหมด