มติ ครม. หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือ มติ ครม. ม.9(7)
1. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน พ.ศ. …. วันนี้ (18 กันยายน 2561) วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561 1. เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน พ.ศ. …. คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติและรับทราบ ดังนี้ 1. อนุมัติหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้รับความเห็นของกระทรวงการคลังและคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วน และข้อสังเกตของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วส่งให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป 2. รับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลา และกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ 3. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการตามความเห็นของสำนักงาน ก.พ.ร. แล้วส่งผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป 4. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับความเห็นของกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไป สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ 1. กำหนดบทนิยามของ “ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน” ที่เป็นระบบการผลิตทางการเกษตร ที่คำนึงและรักษาไว้ซึ่งระบบนิเวศ สภาพแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างความสมดุล เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ให้ครอบคลุมถึงรูปแบบ บุคคลและองค์กร ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ 2. กำหนดวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนให้กับเกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้งสนับสนุนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตั้งแต่การผลิต การพัฒนาคุณภาพสินค้า และการตลาด ตลอดจนกำหนดการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน รวมทั้งกำหนดคุณสมบัติของบุคคลผู้มีสิทธิขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนที่มีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ และการดำเนินการอนุมัติการส่งเสริมและสนับสนุน 3. กำหนดองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ของ “คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน” รวมทั้งการกำหนดวิธีการคัดเลือก คุณสมบัติ และวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ องค์ประกอบการประชุม การปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดการประชุม การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และการปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ได้รับมอบหมาย 4. กำหนดเป้าหมายและแนวทางของนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และระยะเวลาดำเนินการ พร้อมทั้งระบบการติดตามประเมินผลและตัวชี้วัด ในการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร โครงสร้างพื้นฐานระบบสารสนเทศ เพื่อพัฒนาระบบการผลิต ระบบมาตรฐานสินค้าเกษตร รวมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาให้เกิดอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 5. กำหนดเกี่ยวกับการจัดสมัชชาเกษตรกรรมยั่งยืน กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการที่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้บริโภค เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกร ในการจัดทำข้อเสนอหรือแนวทางการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน เสนอให้หน่วยงานของรัฐพิจารณา รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ การแต่งตั้งคณะกรรมการจัดสมัชชาเกษตรกรรมยั่งยืนและอำนาจหน้าที่ในการกำหนดจัดประชุมสมัชชาเกษตรกรรมยั่งยืน 6. กำหนดหลักเกณฑ์ การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนเป็นหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้สำนักงานมีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนกำหนดอำนาจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน และการสรรหาผู้อำนวยการสำนักงานฯ 7. กำหนดบทเฉพาะกาลให้ในวาระแรกเริ่มการคัดเลือกกรรมการ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันและให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาดำเนินการจัดสรรเงินจากกองทุนต่าง ๆ ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อมาสนับสนุนการจัดทำโครงการ หรือกิจกรรมเพื่อการพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ... เชื่อมโยง
วันนี้ (4 กันยายน 2561) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2561 10. เรื่อง ขอขยายระยะเวลาการดำเนินงานโครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2560/61 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบดังนี้ 1. เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2560/61 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการปลูกพืชปุ๋ยสด ฤดูนาปรัง ปี 2561 (2) โครงการขยายการปลูกพืชปุ๋ยสด ฤดูนาปรัง ปี 2561 และ (3) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชอาหารสัตว์ฤดูนาปรัง ปี 2561 จากสิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2561 เป็นสิ้นสุดในวันทำการสุดท้ายของเดือนกันยายน 2561 2. ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำกับดูแลให้การจ่ายเงินอุดหนุนให้เสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายน 2561 โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับความเห็นของกระทรวงพาณิชย์ สำนักงบประมาณและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย 3. ในการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในระยะต่อไป ให้กรทรวงเกษตรและสหกรณ์นำผลการประเมินโครงการมาประกอบการปรับปรุงโครงการและกำหนดเงื่อนไขของโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร เพื่อให้สามารถดำเนินการได้บรรลุตามเป้าหมายโครงการอย่างแท้จริง
วันนี้ (7 สิงหาคม 2561) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เรื่อง ขอขยายเวลาการดำเนินงานโครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย ฤดูนาปรัง ปี 2561 และโครงการขยายการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย ฤดูนาปรัง ปี 2561 ... เชื่อมโยง
สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 13 กุมภาพันธ์ 2561 วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561  สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 13 กุมภาพันธ์ 2561 ... เชื่อมโยง
วันนี้ (1 สิงหาคม 2560) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560 7. เรื่อง ขออนุมัติจ่ายเงินตามโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 เพิ่มเติม คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตตามหลักเกณฑ์ของโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ให้แก่เกษตรกรกลุ่มที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของโครงการแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเนื่องจากความคลาดเคลื่อนในกระบวนการดำเนินงาน จำนวน 40,985 ราย คิดเป็นวงเงินไม่เกิน 409.85 ล้านบาท โดยให้ดำเนินการภายในระยะเวลา 90 วัน นับถัดจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ และให้ กค. กำกับดูแลการจ่ายเงินให้แก่เกษตรกรโดยผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้ถูกต้องครบถ้วน โดยจะต้องไม่มีการหักเงินที่เกษตรกรพึงได้รับจากโครงการไปใช้เพื่อการอื่นก่อน เช่น การชำระหนี้ที่เกษตรกรมีอยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินโครงการช่วยเหลือประชาชนตามนโยบายของรัฐบาลที่มีลักษณะเป็นโครงการที่ดำเนินงานครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วประเทศและมีประชาชนกลุ่มเป้าหมายให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากในอนาคตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายของโครงการนั้น ๆ ได้อย่างทั่วถึง ครบถ้วน และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ เห็นควรมอบหมายให้ส่วนราชการเจ้าของโครงการดำเนินการ ดังนี้ 1) ดำเนินการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจถึงขั้นตอนและเงื่อนไขของการดำเนินโครงการโดยละเอียด ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และประชาสัมพันธ์วิธีการเข้าร่วมโครงการและกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการให้กลุ่มเป้าหมายของโครงการทราบอย่างทั่วถึง เพื่อลดโอกาสการเกิดข้อผิดพลาดอันเกิดจากความคลาดเคลื่อนในกระบวนการดำเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง 2) หากตรวจสอบพบว่า มีข้อผิดพลาดในการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะเมื่อข้อผิดพลาดดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ที่กลุ่มเป้าหมายควรได้รับ ให้ส่วนราชการเจ้าของเรื่องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาด รวมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายและประชาชนรับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ได้รับผลกระทบถึงความพยายามของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว และเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายของโครงการได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ตามนโยบายของรัฐบาล
5. เรื่อง โครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี2560/61 วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560 5. เรื่อง โครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี2560/61 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ดำเนินโครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์ และข้าวที่มีการปฏิบัติตามระบบการเกษตรที่ดี (GAP) ครบวงจร ตามที่กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เสนอ สาระสำคัญของเรื่อง พณ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. รายงานว่า กษ. ได้จัดทำโครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี 2560/61 ซึ่งปัจจุบันในส่วนของโครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (เพื่อส่งเสริมให้ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตราฐานข้าว GAP) มีชาวนาเข้าร่วมโครงการ รวม 1,175 แปลง พื้นที่ 1.79 ล้านไร่ (จากเป้าหมายพื้นที่ 1.79 ล้านไร่ ในปีการผลิต 2560) แต่ราคาข้าวมาตราฐาน GAP ยังมีราคาใกล้เคียงกับข้าวทั่วไป ทำให้ชาวนาขาดแรงจูงใจในการผลิตข้าวมาตรฐาน GAP กษ. จึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสร้างตลาดข้าวมาตรฐาน GAP เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่สอดคล้องกับคุณภาพที่สูงกว่าข้าวทั่วไป ส่วนโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ขณะนี้มีชาวนาสมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 25,863 ราย พื้นที่ 269,304 ไร่ (จากเป้าหมายพื้นที่ 300,000 ไร่ เป้าหมายผลผลิตข้าวเปลือกอินทรีย์ จำนวน 118,000 ตัน ในปีการผลิต 2560) ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งสร้างตลาดข้าวอินทรีย์ทั้งในและต่างประเทศเพื่อรองรับผลผลิตจำนวนดังกล่าว โครงการฯ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเชื่อมโยงตลาดรองรับผลผลิตข้าวอินทรีย์ของโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์และข้าว GAP ของโครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตลอดจนเพื่อให้ชาวนาสามารถขายข้าวซึ่งอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนเป็นอินทรีย์ และข้าวที่ได้มาตราฐานอินทรีย์ได้ ในราคาสอดคล้องกับคุณภาพซึ่งควรสูงกว่าข้าวทั่วไป และเพื่อให้ชาวนาสามารถขายข้าว GAP ได้ในราคาสูงขึ้นตามคุณภาพ พื้นที่ดำเนินการ 77 จังหวัด กลุ่มเป้าหมาย 1) ชาวนาขายข้าวเปลือกของโครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ในราคาที่ดีตามคุณภาพได้ไม่น้อยกว่า 594,000 ตันข้าวเปลือก ในปีการผลิต 2560-2564 2) ชาวนาขายข้าวเปลือกที่ได้รับรอง GAP ของโครงการส่งเสริมระบบการเกษตรแปลงใหญ่ในราคาที่ดีตามคุณภาพได้ไม่น้อยกว่า 10.30 ล้านตันข้าวเปลือก ในปีการผลิต 2560-2564 ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ปีการผลิต 2560-2564 ... เชื่อมโยง
5. เรื่อง โครงการภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปี2560/61 วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560 
11. เรื่อง ขอความเห็นชอบแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเกษตรกรรม พ.ศ. 2560 – 2564 วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560 
7. เรื่อง โครงการประกันภัยข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560  ... อ่านต่อ
... อ่านทั้งหมด