ข่าวประชาสัมพันธ์
ผู้ว่าฯสระบุรีตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ(One Stop Service ) โดยมีนายจ้างและลูกจ้างเดินทางมาขึ้นทะเบียนอย่างต่อเนื่อง วันที่ 6 ก.พ. 2561
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และความพร้อมของจุดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ของจังหวัดสระบุรี ซึ่งสำนักงานจัดหางานจังหวัดสระบุรีจึงได้ดำเนินการ ร่วมกับ 3 หน่วยงานหลัก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข ในจังหวัดสระบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจัดตั้งศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี บริเวณศาลากลางจังหวัดสระบุรี นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวว่า ทั้งนี้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ประกอบด้วย แรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแปรรูป สัตว์น้ำ แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้าง (ใบจับคู่) และแรงงานต่างด้าวที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ซึ่งได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยและทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยแรงงานต่างด้าวดังกล่าวต้องมาดำเนินการจัดทำประวัติ หรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ ซึ่งศูนย์ OSS นี้ จะทำหน?ที่ในการจัดทำ ปรับปรุงทะเบียนประวัติสำหรับแรงงานที่ผ่านการพิสูจน?สัญชาติแล?ว และแรงงานที่ยังไม?ผ่านการพิสูจน?สัญชาติที่ประสงค์จะเดินทางไปพิสูจน์สัญชาติให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งจะต้องมาจัดทำ/ปรับปรุงทะเบียนประวัติ ณ ศูนย์ OSS ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยศูนย์ดังกล่าวจะมีผู้ว?าราชการจังหวัดเป็นผู?อำนวยการศูนย์ โดยจะตั้งอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานคร โดยนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้ฝากขอให้นายจ้าง สถานประกอบการ นำแรงงานต่างด้าว มาขึ้นทะเบียน ในระหว่างวันที่ 5 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2561 ที่ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี บริเวณศาลากลางจังหวัดสระบุรี ไม่เว้นวันหยุดราชการซึ่งจังหวัดสระบุรีมีจำนวนแรงงานต่างด้าวประมาณ 18,000 คนที่จะต้องมาลงทะเบียน ซึ่งการเปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ จะช่วยอำนวยความสะดวกและจะทำให้แรงงานต่างด้าวเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมถูกต้องตามกฎหมาย การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ป้องกันการค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ปัญหายาเสพติด รวมทั้งปัญหาอาชญากรรมและเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาให้จดทะเบียนแล้วนายจ้างที่ลักลอบจ้างแรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายรวมถึงคนต่างด้าวที่เช้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยไม่รับอนุญาตและบังคับใช้กฎหมายกับแรงงานต่างด้าวและผู้เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดต่อไป
จังหวัดสระบุรี เปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จวันแรก(One Stop Service ) โดยมีนายจ้างและลูกจ้างเดินทางมาขึ้นทะเบียนอย่างต่อเนื่อง วันที่ 5 ก.พ. 2561 )
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
จังหวัดสระบุรี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) โดยมีนายจ้างในพื้นที่สระบุรีนำแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ ลาว พม่าและกัมพูชา ทยอย เดินทางมาจดทะเบียนกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 เห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ไปถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ประกอบด้วย แรงงานต่างด้าวในกิจการประมงทะเลและแปรรูป สัตว์น้ำ แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้าง (ใบจับคู่) และแรงงานต่างด้าวที่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ซึ่งได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยและทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยแรงงานต่างด้าวดังกล่าวต้องมาดำเนินการจัดทำประวัติ หรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ ศูนย?บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) เป?นการบูรณาการร?วมกันของ หน?วยงานที่เกี่ยวข?อง ประกอบด?วย กรมการปกครอง ทําหน?าที่ในการจัดทําหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติ กําหนดเลข 13 หลัก ถ?ายรูปใบหน?า สแกนลายนิ้วมือ กรมการจัดหางาน ทําหน?าที่ในการพิจารณาอนุญาตให?ทํางาน สํานักงานตรวจคนเข?าเมือง ทําหน?าที่ตรวจลงตรา (Visa) ให?อยู?ในราชอาณาจักร สํานักงานประกันสังคม ทําหน?าที่ ขึ้นทะเบียนผู?ประกันตนให?กับแรงงานต?างด?าวที่ทํางานในกิจการของ นายจ?างที่เข?าประกันสังคม กระทรวงสาธารณสุข ทําหน?าที่ ตรวจสุขภาพ ประกันสุขภาพให?กับแรงงานต?างด?าวที่ยังไม?ผ?าน การพิสูจน?สัญชาติ หรือผ?านการพิสูจน?สัญชาติกรณีทํางานในกิจการไม?เข?าประกันสังคม หรือกรณีเข?าประกันสังคม ต?องซื้อประกันคุ?มครองก?อนเกิดสิทธิประกันสังคมศูนย? OSS นี้จะทําหน?าที่ในการจัดทํา ปรับปรุงทะเบียนประวัติสําหรับแรงงานที่ผ?านการพิสูจน?สัญชาติแล?ว และแรงงานที่ยังไม?ผ?านการพิสูจน?สัญชาติที่ประสงค?จะเดินทางไปพิสูจน?สัญชาติให?แล?วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ซึ่งจะต?องมาจัดทํา/ปรับปรุงทะเบียนประวัติ ณ ศูนย? OSS ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยศูนย?ดังกล?าวจะมีผู?ว?าราชการจังหวัดเป?นผู?อํานวยการศูนย? โดยจะตั้งอยู?ทุกจังหวัดทั่วประเทศ อย?างน?อย จังหวัดละ 1 แห?ง และกรุงเทพมหานคร โดยสถานที่ตั้งให?เป?นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารจัดการการทํางานของคนต?างด?าวในประเทศไทยจังหวัด (กตจ.) โดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดสระบุรีจึงได้ดำเนินการเตรียมการ ร่วมกับ 3 หน่วยงานหลัก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งขณะนี้ได้ เปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ในระหว่างวันที่ 5 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2561 ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรี บริเวณศาลากลางจังหวัดสระบุรี จึงขอให้นายจ้าง สถานประกอบการ นำแรงงานต่างด้าว มาขึ้นทะเบียนในห้วงเวลาดังกล่าว ซึ่งการเปิดศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ จะช่วยอำนวยความสะดวกและจำทำให้แรงงานต่างด้าวเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายได้รับการดูแลอย่างเป็นรูปธรรมถูกต้องตามกฎหมาย การจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ป้องกันการค้ามนุษย์ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ปัญหายาเสพติด รวมทั้งปัญหาอาชญากรรม
สระบุรี-จัดงานของดีสระบุรี วิถีไทยวิถีถิ่น จัดจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูปและผลิตภัณฑ์ วันที่ 2 ก.พ. 2561 )
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป "ของดีสระบุรี วิถีไทย วิถีถิ่น" ณ โรบินสัน สาขาศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี มีนางกฤษญาพร สุนทรพจน์ พาณิชย์จังหวัดสระบุรีกล่าวการรายงาน มีหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมงาน ด้วยจังหวัดสระบุรี ได้มีการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ด้านพืชได้แก่สินค้าข้าวมันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เผือกหอม รวมสินค้าปศุสัตว์ ประมง ซึ่งอุตสาหกรรมและมีการส่งเสริมการแปรรูปผลิตพันธ์ด้านสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรีมีหน้าที่หลักด้านการตลาดและจำหน่ายจึงได้ทำโครงการ"พัฒนาเกษตรแปลงใหญ่"เพื่อเชื่อมโยงสินค้าจากแหล่งการผลิตไปสู่ผู้บริโภคจึงได้จัดงานแสดงจำหน่ายสินค้าเกษตรจากแหล่งผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค เป็นสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และผลิตภัณฑ์ ครั้งที่1 ภายใต้โครงการ"ของดีสระบุรี วิถีไทยวิถีถิ่น" เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการพร้อมประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรแปรรูปของจังหวัดสระบุรี พร้อมสร้างเครือข่ายด้านการการผลิตและการตลาด จัดขึ้นในวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2561 ภายในห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาศรีสมาน จังหวัดนนทบุรี
จังหวัดสระบุรีจัดประชุมคณะกรมการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการครั้งที่ 1/2561 วันที่ 31 ม.ค. 2561
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในการ ประชุมคณะกรมการจังหวัดครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ นายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้แทนภาครัฐภาคเอกชนและสื่อมวลชน พร้อมกับส่วนราชการทุกหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสระบุรี โดยก่อนเริ่มการประชุมที่ประชุมชมบรรยายสรุปการดำเนินงานในห้วงเดือนที่ผ่านมานำเสนอโดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสระบุรี จากนั้นนายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้มอบโล่รางวัลให้กับผู้ปฏิบัติหน้าที่จุดตรวจดีเด่น ด้านป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงปีใหม่ มอบใบประกาศเกียรติคุณให้กับธุรกิจที่ได้รับรางวัลธรรมภิบาลดีเด่นระดับจังหวัด สำหรับการประชุมหัวหน้าส่วนราชการและคณะกรมการจังหวัดสระบุรีประจำเดือน ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ได้มีข้อห่วงใยและฝากทุกส่วนราชการขับเคลื่อนในเรื่องนโยบายที่สำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลในทุกด้าน ส่วนด้านการขับเคลื่อนแผนงานเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนงานหรือโครงการที่มีการดำเนินการอยู่ขณะนี้
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมกับกรมปศุสัตว์และชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี พบปะกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมโคนม รองรับการเปิดเสรีไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ วันที่ 29 ม.ค. 2561
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ที่โรงแรมเซอร์เจมส์รีสอร์ท & คันทรีคลับ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เดินทางมาเปิดการประชุมหารือเชิงปฏิบัติการ และพบปะเกษตรกรผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโคนมในเขตภาคกลาง เพื่อติวเข้มและเตรียมความพร้อมเกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมไทยรองรับการเปิดเสรี FTA ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ในปี 2564 และปี 2568 พร้อมร่วมจัดนิทรรศการให้ข้อมูลและคำปรึกษาเกษตรกรโคนมเรื่องการตลาดและการพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ ในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติประจำปี 2561 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม กล่าว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศร่วมกับกรมปศุสัตว์ และชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จัดประชุมหารือเชิงปฏิบัติการกับกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์โคนม และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมโคนมภาคกลาง เพื่อให้ข้อมูลเรื่องการเปิดตลาดสินค้านมและผลิตภัณฑ์นมของไทยภายใต้ FTA ไทย-ออสเตรเลีย และ FTA ไทย-นิวซีแลนด์ พร้อมจัดวิทยากรบรรยายถ่ายทอดความรู้ประสบการณ์การเลี้ยงโคนมในประเทศนิวซีแลนด์ การผลิตและการตลาดนมฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่น และแนะนำโครงการ "จับมือผู้ประกอบการโคนมไทยบุกตลาดต่างประเทศใช้ประโยชน์จาก FTA” ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เพื่อช่วยผู้ประกอบการโคนมไทยหาตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ โดยกรมฯ จะคัดเลือกผู้ประกอบการเข้ารับการอบรม เพื่อพัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้านมและผลิตภัณฑ์นม และหาช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมสู่ตลาดต่างประเทศ โดยเน้นตลาด CLMV และจีน ซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการจะได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้า Top Thai Brands ในประเทศ CLMV และจีน ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้านมและผลิตภัณฑ์เหลือศูนย์แก่ไทยแล้ว ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน และอาเซียน-จีน นอกจากนี้ ในช่วงงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ที่จัดขึ้นโดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2561 ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้จัดคูหาแสดงนิทรรศการภายในงาน เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความตกลง FTAs ของไทย แนะนำข้อมูลการใช้ประโยชน์และโอกาสส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA ที่ไทยมีกับนานาประเทศ และให้ข้อมูลรายละเอียดของโครงการ"จับมือผู้ประกอบการโคนมไทยบุกตลาดต่างประเทศใช้ประโยชน์จาก FTA”กับเกษตรกร ผู้ประกอบการโคนมที่เข้าร่วมงานด้วย นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์) ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ช่วยหาตลาดในประเทศและต่างประเทศ ให้เกษตรกรโคนมไทยรับมือสินค้านมและผลิตภัณฑ์จากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่อาจเข้ามาแข่งขันจากการเปิด FTA ไทย-ออสเตรเลีย และไทย-นิวซีแลนด์ ในปี 2564 และปี 2568 ขณะเดียวกัน ให้ปั้นแบรนด์ "Smile Milk” ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของกรมการค้าต่างประเทศ และได้รับการสนับสนุนจากกองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้เกษตรกรในเครือชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ด้วย ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมจับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยการเตรียมผู้ประกอบการและเกษตรกรโคนมไทยล่วงหน้าก่อนเปิดตลาดนมและผลิตภัณฑ์ในปี 2564 และปี 2568 ให้มีความพร้อมรับมือการแข่งขันจากต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็จะต้องใช้โอกาสที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนและจีน เปิดตลาดลดภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ให้ไทยส่งออกสินค้านมและผลิตภัณฑ์ของไทยไปต่างประเทศ ซึ่งหลังจากการลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และสระบุรี กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศและกรมปศุสัตว์ มีกำหนดจะลงพื้นที่พบปะกับเกษตรกรและผู้ประกอบการโคนมครั้งต่อไป ในจังหวัดขอนแก่นและกาญจนบุรี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ สำหรับผู้ประกอบการและเกษตรกรที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการฯ ของกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ข้างต้น สามารถเข้าเยี่ยมชมและขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ (ภายในบริเวณพื้นที่จัดนิทรรศการของกรมปศุสัตว์) ในงานเทศกาลโคนมแห่งชาติประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 5 กุมภาพันธ์ 2561 ณ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี หรือติดต่อสอบถามที่สายด่วน FTA Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 0 2507 7555 ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ในเวลาราชการ
... อ่านทั้งหมด