ความเป็นมาของ สสปท.

·       พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ โดยมาตรา ๕๒ บัญญัติให้กระทรวงแรงงานจัดตั้ง สสปท. ภายใน ๑ ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. ๒๕๕๔ มีผลบังคับใช้ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... ตั้งข้อสังเกตว่า โดยที่ สสปท. เป็นองค์การมหาชนที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ทำหน้าที่ในด้านวิชาการ หาก สสปท. มีศักยภาพในการให้ความรู้ และการจัดฝึกอบรมให้แก่พนักงานตรวจความปลอดภัย กระทรวงแรงงานสมควรมอบหมายให้ สสปท. มีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรด้วยและให้พิจารณาแต่งตั้งผู้อำนวยการ สสปท. เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งในโอกาสแรกที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. .... ให้กำหนดองค์ประกอบคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยให้มีผู้อำนวยการ สสปท. เป็นกรรมการด้วย

·       คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ มีมติเห็นชอบ ให้จัดตั้ง สสปท. เป็นองค์การมหาชน ในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

·       พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๕๘ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๔๓ ก วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีผลให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘

 

ประโยชน์ที่ภาครัฐจะได้รับจากการจัดตั้ง สสปท.

·       มีหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางบริหารจัดการแนวใหม่ที่ทำงานเชิงรุกตอบสนองนโยบายของรัฐมีความรับผิดชอบอย่างเป็นรูปธรรมและมีการสื่อสารระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง

·       มีระบบโครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบของระบบกลางที่สามารถให้บริการได้ทุกหน่วยงานเพื่อรองรับการแลกเปลี่ยนและใช้ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

·       มีการบริหารจัดการและแบ่งปันการใช้ทรัพยากรลดความซ้ำซ้อนในการใช้งบประมาณและมีรูปแบบการทำงานที่โปร่งใสและตรวจสอบได้

·       มีการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่ๆให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้หน่วยงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการและให้บริการประชาชน

·       ก่อให้เกิดเครือข่ายการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการส่งเสริมความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

·       สนับสนุนกลไกภาครัฐให้เกิดระบบการบริหารจัดการเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการประสบอันตรายอันเนื่องจากการทำงานทั้งในเรื่องการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน

·       ลดภาระของประเทศในการฟื้นฟูสมรรถนะผู้ใช้แรงงานที่ประสบอันตรายจากการทำงาน และลดผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจากความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน

 

 ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการจัดตั้ง สสปท.

·       การดำเนินการของ สสปท. เป็นการสนับสนุนให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นประโยชน์ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานจะทำให้ประชาชนได้รับการดูแลให้มีความปลอดภัย มีสุขภาพอนามัยที่ดีในสังคม ชุมชนและประเทศโดยรวม

·       ช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาครัฐในการลดการประสบอันตราย และส่งผลให้มีความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเทียบเท่าสากล โดยการบริหารจัดการงานตามภารกิจของหน่วยงานที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ส่งผลให้หน่วยงานสามารถบริการประชาชนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

·       ประชาชนใกล้ชิดกับภาครัฐมากขึ้น โดยการบริการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า อันนำไปสู่การลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลและบริการของรัฐ รวมถึงการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เลือกใช้บริการที่ดี โปร่งใสและเป็นธรรม

·       ประชาชนได้รับการพัฒนาความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดบ้อมในการทำงานที่ถูกต้อง เหมาะสม เกิดความเข้าใจ สามารถนำสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้องทั้งในเชิงการป้องกันอันตราย และการไม่เป็นผู้ก่อให้เกิดภาวะอันตราย รวมถึงการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

·       ประชาชนสามารถเข้าถึงศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และรับข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

·       ประชาชนสามารถรับรู้ถึงวิธีการดูแลป้องกันตนเอง จากอันตรายและพิษภัยที่กระทบต่อสุขภาพอนามัย จากการประกอบอาชีพ

·       ลดภาระของครอบครัวและสังคม จากการบาดเจ็บ พิการ หรือสูญเสียอวัยวะจากการประกอบอาชีพ